:: [Fic] My life is you 6 (Siwon-Hangeng) Feat:KIHae ::
posted on 08 Mar 2008 23:00 by ii-sh-sweetkitkat in SH-FicParing: Siwon-x-Hangeng & Kibum-x-Donghae
Auther: ii-z-sh/earthii
-------------------------------------------------
“ฮึ...!!”
เสียงฮึดฮัดดังมาจากร่างสูงที่นั่งแปะลงไปบนพื้นหญ้า ใบหน้าคมขมวดบึ้ง ริมฝีปากขมุบขมิบ ตวัดสายตามองผู้เป็นพี่ก่อนจะค้อนขวับ
ฮันกยองยืนกอดอกพิงต้นไม้มองยิ้มๆ
“มองอะไร??!” น้ำเสียงคนถามพาลพาโล
ร่างโปร่งเลิกคิ้วสูงพลางยกยิ้มมุมปากขึ้นนิดหนึ่ง ก่อนทำท่าจะผละออกไป หากคนมือไวคว้าแขนหมับเข้าเสียก่อน
“เดี๋ยว!!”
“ทำไม...จะเอาอีกทีรึไง??!”
ประโยคคำถามกลั้วหัวเราะส่งผลให้คนเป็นน้องหน้าบึ้งสนิท เสียงห้าวกล่าวหา
“พี่ขี้โกง...โคตรขี้โกง!!!!!!!”
“โกงอะไร...ก็นายขอเอง หรือไม่ใช่??!...”
ซีวอนฟังแล้วแทบจะแยกเขี้ยวใส่ เสียงห้าวสะบัดฉุนเฉียว
“ก็ใช่...แต่ครั้งเดียวน่ะ หมายถึง ‘จูบ’ ไม่ใช่ ‘ถีบ’ !!!!!!”
ฮันกยองยักไหล่ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้
“ช่วยไม่ได้...ลามปามนัก!!”
“เฮอะ...คนใจร้าย!!”
ฮันกยองแทบหลุดหัวเราะออกมา เมื่อเห็นว่าคนที่งอแงเหมือนเด็กเอาแต่ใจแม้จะสะบัดเสียงฮึดฮัดแล้วหันหน้าหนีไปทางอื่น แต่มือที่รั้งแขนเขาไว้ก็ยังไม่ยอมปล่อย
ฮันกยองทรุดตัวลงนั่งข้างๆ มองซีวอนที่ดึงใบหญ้าสีเขียวสดเล่น ก่อนจะใช้ไหล่กระแทกเบาๆ เป็นเชิงเรียก
“นี่...ซีวอน...” เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังไม่สนใจก็เอ่ยเสียงอ่อน “ไม่เอาน่า...อย่างอนเรื่องไร้สาระแบบนี้เลย...”
ประโยคสุดท้ายทำให้ซีวอนหันขวับมาทันที นัยน์ตาคมวาวโรจน์ ฮันกยองยิ้มเขินๆ วางมือข้างที่ว่างแปะลงบนศีรษะได้รูป
“นายก็รู้นี่นาว่าชั้นไม่ชอบให้ใครกอด แล้วนี่มัน...เอ่อ...มันมากกว่านั้นอีกนะ!!”
“แล้วผมจำเป็นต้องเหมือนใครคนอื่นด้วยรึไง??!”
แม้สีหน้าและแววตาจะอ่อนลงบ้าง แต่ก็ใช่จะยอมแพ้ซะทีเดียว ซีวอนเอียงศีรษะออกให้พ้นจากฝ่ามือเรียว
คนเป็นฝ่ายง้อหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย ก่อนจะเป็นฝ่ายเอนพิงลงบนบ่าหนาๆ เอง แขนเรียวบิดออกจากการเกาะกุมแล้วดึงมือใหญ่มาจับไว้แทน ซีวอนอ้าปากค้าง ในขณะที่อีกคนถอนหายใจเฮือก
...กิริยาอ้อนๆ แบบนี้ เขาทำมันเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน นี่เห็นว่าครั้งนี้ทำแรงเกินไปหน่อยก็เลยยอมหรอกนะ ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้ามีใครมาเห็นเข้าจะเกิดอะไรขึ้น...เฮ้อ!!...
สายลมแผ่วบางที่พัดโชยมาเย็นยะเยือกจน ‘คนใจร้าย’ ที่ตอนนี้กลายเป็น ‘คนขี้อ้อน’ กระชับมือเข้ากับฝ่ามือใหญ่แน่น
...แม้มือที่จับจะไม่บอบบางหรือนุ่มนิ่มเหมือนมือผู้หญิง แต่ความรู้สึกที่สัมผัสอยู่ก็อบอุ่นเสียจนไม่อยากปล่อย...
ปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับความคิดก่อนจะสะดุ้งเฮือก
...หรือว่าเขาจะกลายเป็นเกย์ไปแล้วจริงๆ???!...
...โฮ!!! ร้ายแรง!!!!!!!!...
ซีวอนมองคนที่เปลี่ยนสีหน้าไปเรื่อยๆ ตามความคิดด้วยแววตาเอ็นดูอย่างเห็นได้ชัด คิ้วเรียวสวยที่ขมวดมุ่นดูช่างน่ามอง แม้ว่าเขาจะไม่เคยชอบผู้ชายมาก่อน และรู้ตัวเองดีว่าชอบผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แต่ฮันกยองเป็นผู้ชายคนเดียวที่เขาชอบมองมากกว่าผู้หญิงคนไหนบนโลกใบนี้
...นี่ถ้ารู้ว่าโดนถีบหนึ่งทีแล้วได้กำไรขนาดนี้ ต่อให้โดนถีบอีกสิบที ก็ยอม...
“อย่ามาเนียน!!”
เสียงดุเบาๆ ทำเอาคนที่กำลังมองใบหน้าเรียวเพลินสะดุ้งโหยง มือที่ทำท่าจะเลื้อยไปโอบรอบบ่าถูกทิ้งลงข้างตัวทันที นัยน์ตาสีเข้มของคนจะถูกเอาเปรียบแม้จะตวัดขึ้นมองท้องฟ้าหากยังรู้ทัน...
ซีวอนทำปากยู่ ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าตาม
“นายชอบนกมั้ย???” จู่ๆ คนข้างๆ ก็โพล่งถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
“ไม่ชอบ...”
“ทำไมล่ะ...??!” ท่าทางขมวดคิ้วพิศวงพร้อมเสียงหงุงหงิงเรียกรอยยิ้มละมุนจากคนข้างๆ ได้ทันที คำตอบที่ให้นุ่มนวล
“เพราะผมชอบพี่มาก...”
“เอ๊ะ!!!” คนฟังเริ่มขึ้นเสียงเมื่อเห็นว่าคนเป็นน้องตอบไม่ตรงคำถาม เสียงทุ้มจึงรีบชิงอธิบาย
“เพราะผมชอบพี่มาก...อะไรที่ผมชอบน้อยกว่าพี่ก็นับว่าไม่ชอบทั้งนั้นแหละ...เพราะผมชอบพี่มากกว่า...”
คำพูดตรงๆ ทำเอาคนที่ยังไม่เลิกคิดว่าตัวเอง ‘แมน’ เกิดอาการไปไม่เป็นเหมือนกัน ในชีวิตนี้ไม่คิดว่าจะต้องมาหน้าแดงให้กับคำพูดแบบนี้ แถมจากปากของ...ผู้ชาย...
ฮันกยองทำท่าครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนจะลุกพรวดขึ้น บอกทิ้งท้ายเสียงเบา
“ถ้างั้น...ชั้นอาจจะไม่ชอบอะไรสักอย่างบนโลกนี้แล้วล่ะ!!”
ซีวอนทำหน้า ‘เอ๋อ’ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้าง เมื่อประมวลผลข้อความประโยคนั้นได้ นัยน์ตาคมพราวระยับสดใสมองตามคนที่รีบเดินลิ่วๆ ไป
...คำพูดนั้น...ที่ว่าฮันกยองไม่ชอบอะไรสักอย่างบนโลกนี้...เขาจะเข้าข้างตัวเองได้ไหมว่าเป็นเพราะ...ฮันกยองชอบเขามากกว่าทุกอย่าง...เขาคิดแบบนี้ได้...ใช่มั้ย???!...
----------------------------------------------------
คิมคิบอมมองคนที่นั่งกอดอกเชิดหน้าไปทางอื่นแล้วอยากจะหัวเราะออกมายิ่งนัก ใบหน้าใสงอง้ำราวกับไปโกรธใครมาสักสิบชาติ ตั้งแต่เข้ามานั่งในโรงอาหารก็เอาแต่นั่งกัดฟันกรอดๆ แม้ว่าเขาจะอุตส่าห์ไปซื้ออาหารมาบริการถึงที่
“ทงเฮ...จะกินมั้ย??!” เสียงห้าวถามเรียบๆ
ทงเฮมองหน้าคนถามอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ ริมฝีปากบางเม้มแน่นสนิท
...คนเขาไม่ได้เต็มใจมา โดนบังคับอ่ะ...โดนบังคับ เข้าใจป่ะ???! ไม่มีอารมณ์ว้อย!!! อยากกินก็กินไปคนเดียว กินให้ตายไปเลย...
“ผมพูดกับทงเฮอยู่นะ!!!” ...เออ!!! รู้แล้ว แต่จะไม่ตอบ...มีอะไรป่ะ??!...
“ทงเฮ!!!” คิบอมเรียกเสียงเข้ม เริ่มที่จะมีโมโหเมื่อคนตรงหน้ายังคงเม้มปากแน่น ไม่พูดอะไร
“ผมจะนับหนึ่งถึงสามนะ...”
...นับไปเลย นับให้ถึงร้อยชั้นก็จะไม่พูด เฮอะ!! อย่าคิดมาบังคับกันเสียให้ยาก!!!... ใบหน้าใสเชิดขึ้น จมูกโด่งย่นเล็กน้อย
“หนึ่ง...”
“....”
“สอง...”
“....”
ทงเฮสะดุ้งเฮือกเมื่ออยู่ดีดีร่างสูงก็ลุกพรวดขึ้นมา เสียงห้าวตะโกนลั่น
“ทุกคนครับ...รบกวนช่วยฟังทางนี้หน่อย!!!”
สิ้นเสียงตะโกนของคิบอม โรงอาหารก็อยู่ในความเงียบ สายตาทุกคู่มองมาทางโต๊ะนี้อย่างสงสัย ทงเฮแทบจะมุดลงไปใต้โต๊ะ ไม่คิดว่าคนนิ่งๆ จะกล้าทำอะไรห่ามๆ แบบนี้ได้
คิบอมกวาดสายตาไปทั่วโรงอาหาร ก้มตัวลงโค้งทีหนึ่ง ก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ผม...คิมคิบอม ปีสองห้องเอ ขอประกาศว่า...”
...ว่า...ว่าอะไรวะ!!!...
คนรอฟังขยับตัวยุกยิก นัยน์ตาสีชาเบิกกว้างเมื่อได้ยินประโยคถัดมา
“ผม...อยากจะคบกับผู้ชายคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามผมอย่างจริงจัง” คนพูดมองสบตาคนทั่วโรงอาหารแน่วแน่ ไม่สนปฏิกิริยาของคนที่นิ่งค้างราวกับถูกแช่แข็ง
“แม้ว่าผมไม่เคยคิดที่จะชอบผู้ชาย แต่ผม...รักผู้ชายที่ชื่ออีทงเฮ และจะไม่มีวันเปลี่ยนใจ โปรดเอาใจช่วยผมด้วยนะครับ...”
พูดจบก็โปรยยิ้มจนตาเป็นเส้นตรงไปยังผู้คนทั่วโรงอาหาร เสียงปรบมือพร้อมกับเป่าปากเฟี้ยวฟ้าวดังทั่วโรงอาหารหลังจากหายจากอาการตกตะลึง
...ก็จะไม่ให้ตกตะลึงยังไงได้ คิมคิบอม...เจ้าชายอันดับสองของโรงเรียนมาประกาศว่าชอบผู้ชายด้วยกันแล้วยังอยากคบอย่างจริงจัง แถมผู้ชายคนนั้นก็คืออีทงเฮที่เนื้อหอมกับสาวๆ ไม่แพ้กัน เป็นข่าวที่ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ!!!...
ทุกคนหันกลับไปสนใจกับอาหารของตัวเองต่อ และที่แน่ๆ หัวข้อสนทนาบนโต๊ะอาหารวันนี้คงจะหนีไม่พ้นเรื่องประหลาดใจที่เพิ่งผ่านไปเมื่อสักครู่แน่ๆ
แต่ในเวลานี้คนที่ตกอยู่ในอาการตะลึงที่สุดคงไม่พ้นร่างโปร่งที่นั่งอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก สติสัมปชัญญะคล้ายจะหลุดกระเจิดกระเจิงไปพร้อมกับคำประกาศที่หน้าไม่อายของคิมคิบอม
...ไอ้แก้มป่องตาหยีบ้า นี่มันโรงเรียนที่ชั้นยังต้องอยู่ไปอีกเกือบสองปีนะเว้ย นายมาพูดอะไรแบบนี้ได้ไงกัน แล้วต่อไปนี้เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ได้โดนคนทั้งโรงเรียนล้อแหงๆ โว้ยยยย!!!!!!!!!!!!!......
-----------------------------------------------------------------------------------------------
ร่างโปร่งที่เดินก้มหน้าก้มตาจ้ำพรวดๆ ราวกับหนีอะไรบางอย่างมาไม่ได้เป็นภาพที่น่าสนใจเท่าไรนัก หากร่างสูงหน้าตางงงันที่ก้าวยาวๆ ตามหลังมาต่างหากที่ดึงดูดสายตานับสิบคู่ให้หันมาจับจ้องที่จุดจุดเดียว เสียงซุบซิบนินทาดังเซ็งเซ่...
‘นั่นซีวอนกับรุ่นพี่ฮันกยองที่เขาว่าไปกลับโรงเรียนด้วยกันทุกวันใช่มะ??!’
‘นี่....เธอว่าพี่เขาเป็น เอ่อ...แบบนั้นรึเปล่า??!’
‘ชั้นว่า...’
ฮันกยองหยุดฝีเท้ากึก นัยน์ตาสีเข้มหลับลงอย่างระงับอารมณ์ ก่อนจะตวัดมองคนที่เดินตามหลังแค้นๆ มือเรียวกำหมัดแน่น อยากจะปล่อยหมัดลุ่นๆ ใส่ใบหน้าหล่อๆ นั่นอีกสักครั้ง
...ฮึ่ย!!! ทั้งๆ ที่ทำใจไว้แล้วแท้ๆ ว่าจะต้องเจอเรื่องแบบนี้...แต่มันก็อดไม่ได้จริงๆ...
...เพราะนายอีกแล้ว...ซีวอน ชั้นถึงถูกมองด้วยสายตาแบบนั้น เพราะนายอีกแล้ว!!!!!!!!...
ซีวอนมองคนที่หันมาทำตาวาวใส่ก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปแล้วก็ได้แต่เลิกคิ้วขึ้นด้วยความงง
...ต้องเป็นเขาไม่ใช่เหรอที่ต้องโกรธ ต้องเป็นเขาไม่ใช่เหรอที่ต้องงอน...
...โกรธที่มาหลอกให้ดีใจ งอนที่มาทำให้ใจสั่น...
...ก่อนจะจบท้ายด้วยการที่เขาเจ็บตัว!!...
...แล้วเมื่อกี้อะไร...ความหวานที่เพิ่งจะได้รับ หายไปในพริบตา...มันเพราะอะไรกัน???!...
ร่างสูงก้าวพรวดไปยืนขวางหน้า มือใหญ่คว้าแขนคนเป็นพี่แน่น
“ปล่อย!!”
“....”
“บอกให้ปล่อยโว้ย!!!”
ซีวอนยังคงมองนิ่ง ฮันกยองสะบัดแขนให้พ้นจากการเกาะกุม นัยน์ตาวาวพยายามไม่มองสบคนตรงหน้า หากแล้วก็แทบจะตะโกนออกมาเมื่อรู้สึกตัวว่าตัดสินใจผิดมหันต์ สายตาหลายสิบคู่ที่มองมา ทำให้ใบหน้าเรียวแดงก่ำ
ฮันกยองแกะมือที่จับแขนออกก่อนจะดึงมาจับไว้...แล้วเป็นฝ่ายลากไปเอง เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้งพร้อมเสียงเป่าปากล้อเลียน
“มีอะไร??!” ซีวอนที่ยืนล้วงกระเป๋าพิงกำแพงถามห้วนๆ ฮันกยองมองแล้วรู้สึกหมั่นไส้นัก
“ไม่มีอะไร...ไม่มีอะไรเลย...” เสียงใสฮึดฮัด “ที่ลากเข้ามาเนี่ยเพื่อจะชวนมานั่งกินอาหารว่างยามบ่ายด้วยกัน ไม่ได้มีอะไรจริงๆ...พอใจมั้ย???!”
รอยยิ้มบนริมฝีปากบางยกขึ้นนิดหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเสียงให้นุ่มลงกว่าเดิม
“ตกลงเป็นอะไร อยู่ดีดีทำไมหน้าบึ้ง??”
“นายไม่เห็นเหรอ...???!” ร่างสูงทำหน้างง ฮันกยองถอนหายใจเฮือก
“สายตาน่ะ...”
“สายตาอะไร สายตาพี่หรือว่าสายตาผม??!” ซีวอนถามหน้าเหรอหรา ฮันกยองอ้าปากค้าง ก่อนจะยกมือขยี้ผมตัวเองแรงๆ
“ไม่ใช่สายตาชั้น ไม่ใช่สายตานาย แต่เป็นสายตาคนอื่นน่ะ...”
“สายตาคนอื่น??!” คนฟังยังคงไม่หายจากความสงสัย...ก็แล้วสายตาคนอื่นมันเกี่ยวอะไรด้วย???!...
“เวลาอยู่โรงเรียนนายอย่ามาเดินตามชั้นได้มั้ย...”
“ทำไม??!” ซีวอนเริ่มหงุดหงิดกับความไม่มีเหตุผลของคนตรงหน้า
“ก็ที่คนเขาพูดกันนายไม่ได้ยินรึไง???!”
“พูดอะไร??!”
“ก็พูด...โธ่เว้ย!! ไอ้หมาเกาหลีงี่เง่า!!!” ประโยคสุดท้ายฮันกยองแทบจะตะโกนใส่หน้าอีกฝ่าย จมูกโด่งแดงก่ำ
“ไอ้หมาเกาหลี ไอ้ซื่อบื้อ!!! หัดสังเกตรอบข้างหน่อยได้มั้ย??!”
ซีวอนนิ่งไปชั่วครู่ เหลือบตาขึ้นมองเพดานก่อนจะพูดเสียงเรียบ
“ก็สายตาผมมันมองแต่พี่คนเดียว แล้วจะให้ไปสนใจอะไรได้อีกเล่า??!”
คนฟังเงียบกริบ ทำอะไรไม่ถูกเมื่อได้ยินประโยคที่พูดออกมานั่น มือไม้ที่ปกติอยู่ดีดูเหมือนพาลจะเกะกะไปเสียหมด สายตาก็ไม่อาจจะมองสบตรงๆ ได้
ซีวอนแตะบ่าคนเป็นพี่เบาๆ ให้หันมามอง
“ใครจะว่ายังไงไม่เห็นจะต้องไปสนใจเลย เรารู้นี่นาว่าเราเป็นยังไง จริงๆ พี่น่าจะสนความรู้สึกของตัวเองมากกว่านะ อย่าปฏิเสธเลยว่าช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด...”
นัยน์ตาทั้งคู่มองสบกันราวกับจะค้นเข้าไปให้ลึกถึงก้นบึ้งหัวใจ ฮันกยองกัดริมฝีปากระงับความรู้สึกแปลกๆ ใบหน้าใสแดงก่ำไปถึงหู หัวใจเต้นตึกตักราวกับจะหลุดออกมานอกอก
อยู่ในสถานการณ์กระอักกระอ่วนแบบนี้เมื่อไม่รู้จะทำยังไงจึงตัดสินใจเงื้อมือหมายจะเขกมะเหงกลงไปบนหน้าผากคนตรงหน้าแรงๆ สักที หากยังไม่ทันได้ทำอย่างใจคิด ก็ถูกมือนิ่มๆ ของใครบางคนมาคว้าไว้เสียก่อน
“พี่ชาย อย่าทำซีวอนนะคะ!!”
เสียงใสๆ ดังมาจากสาวน้อยร่างบางใบหน้าจิ้มลิ้ม ฮันกยองอ้าปากค้างด้วยความตกใจ แต่ซีวอนลุกพรวดขึ้นทันที
“เยรึม...!!!!!!!!!!!!!!”
----------------------------------------------------------------------------------------------
TBC*
Talk: กว่าจะเข็นมาลงได้ พาร์ทหก ทำไมมันยากเย็นอย่างนี้ T^T สัญญาว่าจะมาลงหลังสอบแต่ก็แบบเจอเรื่องมากมาย หนักหนาสำหรับเอิ๊ตมาก แต่ยังยิ้มได้ 55 พอจบเรื่องไปก็มาโดนพายุความหวานซีฮันเข้าโหมกระหน่ำ วันๆ ไม่ทำอะไร นั่งดูเอ็มวี ดูรูป มันหวานนจริงๆ แต่ก็ยังไม่มีอารมณ์ลงฟิค (อยากแต่งฟิคเครียดมากกว่า 555 ) อาทิตย์ที่ผ่านมาก็กลับไปบ้านแม่ ไปช่วยแม่ทำงาน วันนี้กลับมาบ้านพ่อเลยได้เอามาลงซักที(หลังจากหมดข้ออ้างเวลาโดนทวง ฮา... -*- )
พาร์ทที่แล้วซีฮันน้อย พาร์ทนี้เลยเยอะมากกก 555 ส่วนคิเฮก็น้อยยิ่งกว่าน้อย พาร์ทเจ็ดอาจจะมาลงช้านิดนึง (อีกแล้วว -*- ) 5555 คือแบบว่าวันนั้นไปกินเลี้ยงกับเพื่อนเก่า บังเอิญเพื่อนถามถึงนิยายที่เมื่อก่อนเคยแต่งไว้ นึกขึ้นได้เลยไปขุดคุ้ยมา แล้วเกิดอาการอยากเขียนต่อ คือเมื่อก่อนเอิ๊ตจะเขียนแต่นิยาย กับฟิควายเนี่ยเพิ่งจะมาเริ่ม ตอนนี้ก็คิดถึงนิยายมากๆ เลยว่าจะกลับไปแต่งอีกซักที แต่ก็ไม่แน่เวลาเครียดจากนิยายอาจจะหันกลับมาแต่งพาร์ทเจ็ดเร็วขึ้นก็ได้ (ให้มันเครียดขึ้นไปอีก -*-) 555
เอิ๊ต*
Ps. กด F5 เพื่อดูธีมใหม่ที่ทำมาเป็นชาติ ตั้งแต่สอบเส็ด แต่ไม่ได้อัพบล็อค เลยไม่ได้โชว์ 555

คุ้มกับที่รอคอยมานาน
แหมจะหวานให้ตลอดรอดฝั่งก็ไม่ได้
ชอบจังตอนที่คิบอมประกาศ
ช่างกล้า
หมวยเราทำอะไรไม่ถูกเลยนะนั่น
5555555
ตอนท้าย
เยริมเป็นครายอ่า
#1 By attar (58.8.190.57) on 2008-03-08 23:44