:: [Fic] My life is you 5 (Siwon-Hangeng) Feat:KIHae ::
posted on 10 Feb 2008 14:49 by ii-sh-sweetkitkat in SH-FicTitle: My life is you 5!!
Paring: Siwon-x-Hangeng & Kibum-x-Donghae
Auther: ii-z-sh/earthii
----------------------------------------------------------------------
“เฮ้ยซีวอน...แลกที่กับชั้นเด๊ะ!!”
เสียงขุ่นๆ ของทงเฮดังมาพร้อมมือเรียวที่สะกิดเรียกยิกๆ ซีวอนซึ่งกำลังเท้าคางเหม่ออยู่หันมามองเพียงเล็กน้อย ก่อนจะหันออกไปมองนอกหน้าต่างอย่างไม่สนใจ เรียกอาการฮึดฮัดจากคนที่อารมณ์เสียเป็นทุนเดิมอยู่ไม่น้อย
“ฮุ่ย...” ทงเฮทำปากยู่เมื่อรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่มากระทบศีรษะทางด้านหลัง นัยน์ตาสีอ่อนก้มลงมองกระดาษก้อนกลมๆที่กลิ้งตกลงบนพื้น ก่อนจะใช้เท้าคีบขึ้นมาแล้วคลี่ออกอ่านพลางทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ
“ไอ้เวร...เอ่อ...” คำที่ใช้เรียกทำท่าจะหลุดตามความเคยชิน หากเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานคำพูดนั้นก็ถูกกลืนลงคอจนหมดสิ้น ทงเฮรีบเปลี่ยนสรรพนามใหม่ “ไอ้คิบอมบ้า...จะปามาทำไมนักหนาวะ!!?”
...คราวหลังขยำเก็บไว้แล้วก้อปามาซะทีเดียวเลยเซ่!! จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเก็บ เพราะถ้านับไอ้ที่กองๆ รวมกันอยู่บนโต๊ะนี่ก็ได้เกือบยี่สิบก้อนแล้ว ซึ่งเท่ากับเขาต้องเสียเวลาก้มลงเก็บไม่ต่ำกว่ายี่สิบรอบ แล้วแต่ละก้อนน่ะข้อความมันช่างมีสาระซะเหลือเกิน!!...
‘ลืมสัญญาของเราแล้วเหรอทงเฮ...มานั่งข้างผมเดี๋ยวนี้นะ!!’
...อันนี้ก้อนแรกที่ลอยละลิ่วมาตั้งแต่อาจารย์ยังไม่ทันกางหนังสือสอน...
ทงเฮเบะปากเล็กน้อย...ใครมันจะไปลืมได้วะ...ก็แค่ไม่อยากทำตาม มีอะไรมั้ย???!...
‘ง่วงจังทงเฮ มานั่งใกล้ๆ หน่อยสิ...’
...อันนี้ก้อนที่ห้าซึ่งปามาโดนตอนที่กำลังนั่งสัปหงกอยู่พอดี...
...แง่ง!!!!!!!!!!! โมโหว้อย...คนกำลังจะนอน...
...อุตส่าห์หันไปส่งสายตาเขียวปั้ดให้แล้วนะ แต่มันก็ยังมีก้อนที่หก ก้อนที่เจ็ด และอีกหลายๆ ก้อนที่สุดแสนจะงี่เง่าตามมา...
‘รักทงเฮจัง ใจเราตรงกันใช่มั้ย?? ^^ มานั่งใกล้ผมเถอะ...”
อันนี้ก้อนล่าสุดที่ทงเฮโยนทิ้งไปตั้งแต่กวาดสายตามองรอบแรก และไม่คิดที่จะหยิบขึ้นมาอ่านเป็นรอบที่สอง
ทงเฮทำจมูกย่น เอี้ยวตัวไปด้านหลังใช้นิ้ววาดตัวอักษรบนอากาศเป็นคำว่า ‘ไม่’ พร้อมกับทำท่าอาเจียนใส่ ก่อนจะแลบลิ้นแผล็บแล้วรีบหันหลับมา จากปลายหางตาเห็นแวบๆ ว่าคนแก้มป่องกำลังทำหน้า ‘หงิก’ อยู่
“ดี!! หงิกไปเลยนะ...หงิกให้ตายไปเลย บู้วว!!”
ใบหน้าใสลอยหน้าลอยตาไม่รู้ไม่ชี้ แขนเรียวพาดบนพนักเก้าอี้ นั่งไขว่ห้างกระดิกเท้า เหมือนจะสบายอารมณ์ที่ยั่วอีกฝ่ายได้ มือขาวซีดดึงผ้าพันคอตัวเองเล่น แล้วหันไปยักคิ้วให้คนที่นั่งหลังห้องหนึ่งที
คิบอมมองใบหน้ากวนๆ นั่นแล้วก็ขมวดคิ้ว หันไปคว้าปากกาของคนข้างๆ มาเขียนอะไรยุกยิก แล้วขยำเป็นก้อนกลมๆ เล็งไปที่ศีรษะได้รูปสวยนั่น ก่อนจะปาเข้าเต็มแรง จากนั้นก็เลื้อยลงฟุบกับโต๊ะ ทำเป็นไม่สนใจ หากคนที่ตั้งท่ากวนตอนแรกกลับทำหน้าไม่ถูกเมื่อได้อ่านลายมือยึกยือบนกระดาษแผ่นล่าสุด
‘ถ้าทงเฮไม่มาภายในสามวินาที ผมจะลุกขึ้นบอกเพื่อนๆ ทั้งชั้นว่าเราเป็นแฟนกัน!!’
เพียงแค่พริบตาเดียวร่างที่เกือบจะเล็กที่สุดในชั้นก็หอบเอาหน้าบูดๆ มากระแทกตัวลงที่นั่งด้านข้างที่เพื่อนร่วมห้องอีกคนลุกออกไปอย่างรู้งาน คิบอมเงยหน้าขึ้นมองยิ้มๆ
“วันนี้อากาศดีเนอะว่ามั้ย??!”
ประโยคที่เจือไปด้วยเสียงหัวเราะนั่นทำให้จมูกโด่งเชิดของคนฟังยิ่งเชิดเข้าไปใหญ่ ทงเฮทำเสียงขึ้นจมูก
“ฮึ!! ดีบ้านพ่อบ้านแม่นายน่ะสิ ไอ้แก้มป่องตาหยีเอ๊ย!!”
“อ้าวๆๆ...พูดงี้ก็สวยสิทงเฮ” เสียงทุ้มเอ่ยดุๆ ทงเฮค้อนขวับก่อนจะกอดอก สะบัดหน้าไปอีกทาง
“เอ...อยู่กับผมมากๆ นี่ ท่าทางชักคล้ายผู้หญิงเข้าไปทุกวันแล้วน้า...”
คิบอมลากเสียงยาวเอ่ยล้อ น้ำเสียงกลั้วหัวเราะนั่น...ทำให้ทงเฮอยากที่จะหาอะไรเขวี้ยงใส่เจ้าของมันยิ่งนัก แต่ก็ทำได้แค่กัดฟันกรอด
“ปากหมา!!”
คิบอมฟังแล้วก็ถอนหายใจเฮือก “เมื่อไหร่ทงเฮจะเลิกพูดคำหยาบอะไรพวกนั้นซะที ฟังแล้วมันไม่ดีเลย...”
“ไม่ใช่เรื่อง...” เสียงใสสะบัดห้วน พยายามหันหน้าไปทางอื่น
“ทงเฮ...” คิบอมสะกิดเรียกเสียงอ่อน
“.....”
“นี่...ทงเฮ...”
“อย่าวุ่นวาย...ตั้งใจเรียนไปซะ!!!”
หันไปตะคอกใส่ก่อนจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะ คิบอมส่ายศีรษะเล็กน้อย หากแววตามีร่องรอยเอ็นดู มือเรียวปลดผ้าพันคอผืนหนาออกจากคอตัวเอง ก่อนจะจับศีรษะทงเฮยกขึ้น
คนถูกรบกวนทำท่าจะลุกขึ้นมาโวยวาย แต่แล้วก็กลับหุบปากสนิท เมื่อมือใหญ่สอดผ้าพันคอเข้ามาให้ใช้หนุนแทนหมอน คิบอมยิ้มให้บางๆ ก่อนจะลูบศีรษะคนขี้โวยวายเบาๆ
ทงเฮซุกหน้าลงแทบจะทันที ไม่อยากให้เห็นว่ามันแดงจัดแค่ไหน ริมฝีปากบางยิ้มกับตัวเองนิดๆ
...การมีคนคอยห่วงใยมันก็ดีแบบนี้นี่เอง จะเป็นยังไงนะถ้ามีคนคอยดูแลแบบนี้ทุกๆ วัน...
...เฮ้อ!!! นายนี่มันตัวกวนจริงๆ เลยนะคิมคิบอม...
...กวนจนหัวใจของชั้นมันสั่นคลอนไปหมดแล้ว จะทำยังไงดีนะ???!...
“ซีวอน...”
ทงเฮรีบตะโกนเรียกเพื่อนสนิทหลังจากออดหมดชั่วโมงดังขึ้น ซีวอนหันมาเลิกคิ้วสูงเป็นเชิงถาม ทงเฮปรี่เข้าไปเกาะแขนคนตัวโตแน่น
“วันนี้ไปกินข้าวด้วยกันนะเว้ย...”
ร่างสูงหัวเราะหึหึ มองอย่างประหลาดใจ
“อะไร...ปกติก็ไปกินข้าวด้วยกันทุกวันอยู่แล้ว เป็นอะไรของนาย??!”
“เอ่อ...เปล่า...” เสียงใสอึกอัก มีพิรุธ...นั่นสิ!! ปกติก็นั่งกินข้าวด้วยกันอยู่ทุกวัน แต่ทำไมวันนี้รู้สึกเหมือนทำอะไรไม่ค่อยถูก จนต้องเอ่ยอะไรแปลกๆ ออกมาแบบนี้นะ??!...
“งั้นเดี๋ยวชั้นโทรศัพท์แป๊บนึง แล้วค่อยไป...”
ทงเฮพยักหน้ารับหงึกหงัก คนมองกึ่งยิ้มกึ่งสงสัย...ทำไมวันนี้มันว่าง่ายผิดปกติวะ ธรรมดามันต้องโวยวายเร่งให้ไปเร็วๆ ไม่ใช่เหรอ??! เออ...แปลกเว้ย!!...
ยังไม่ทันที่นิ้วเรียวจะได้กดปุ่มหมายเลขโทรศัพท์ ก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงทุ้มเสียก่อน
“ขอโทษนะซีวอน...นายคงต้องกินข้าวคนเดียวแล้วล่ะวันนี้..”
ซีวอนชะงักมือที่ถือโทรศัพท์ค้าง มองหน้าคิบอมนิ่ง หากแววตาพราวระริกอย่างนึกสนุก
“อ้าว...ทำไมล่ะ??!” เสียงที่ใช้ถามฟังดูใสซื่อ
“ไม่มีอะไรหรอก ชั้นก็จะไปกินข้าวกับนายเหมือนเดิมนั่นแหละ...”
ทงเฮรีบพูดแทรก เรียกใบหน้าบึ้งๆ จากคนข้างๆ ได้มากทีเดียว
“ทงเฮอ่ะ...”
“อย่ายุ่งได้มั้ยล่ะ..”
“งั้นผมก็จะบอกซีวอนนะว่า...”
“เฮ้ย...อย่านะเว้ย!!” มือขาวรีบปิดปากคนพูดก่อนที่จะจบประโยค แล้วล็อคคอลากออกไปนอกห้องทันที
ซีวอนหัวเราะเบาๆ มองคิบอมที่ยักคิ้วให้พร้อมกับขยิบตาตอบไปทีหนึ่ง ก่อนจะมาสนใจโทรศัพท์ในมือต่อ
“พี่อยู่ไหนเนี่ย...” เสียงทุ้มกรอกลงโทรศัพท์ ก่อนจะยกรอยยิ้มขึ้นเล็กน้อย
“อ้อ...โอเค งั้นเดี๋ยวผมไปหา รอนะ...”
ซีวอนปิดโทรศัพท์ลงแล้วเดินล้วงกระเป๋าผิวปากหวือออกไป ทิ้งให้คนที่อยู่ในห้องซุบซิบนินทาอย่างสนุกสนาน
...เจ้าชายของห้องกำลังมีความรัก ข่าวใหญ่แล้วล่ะ!!!...
ท้องฟ้าของช่วงบ่ายมีดวงอาทิตย์โผล่มาทักทายให้คลายหนาว แต่อุณหภูมิของอากาศก็ยังสูงอยู่ดี ร่างโปร่งที่นั่งพิงต้นไม้สูงหลังโรงเรียนห่อตัวเล็กน้อย พลางเป่าลมหายใจให้ลอยออกมาเป็นไอเล่น
คนที่เดินมาทีหลังยิ้มน้อยๆ กับภาพน่ารักนั่น เรียวขายาวก้าวเข้าไปหา ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งยองๆ ใกล้ๆ
“เล่นอะไรอยู่...”
“อ๊ะ...” ฮันกยองที่ไม่ทันได้สังเกตสะดุ้งเล็กน้อย “มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย??”
ซีวอนหัวเราะคว้ามือเรียวมาจับไว้ คนถูกฉวยโอกาสรีบชักมือออกพร้อมกับมองหน้าอย่างเคืองๆ
“ไม่อนุญาตให้จับ...คราวที่แล้วยังโกรธอยู่นะ...”
“เรื่องอะไรครับ??” ฮันกยองอึกอักกับคำถามนั้น เห็นใบหน้าใสซื่อแล้วไม่น่าเชื่อถือเลยแม้แต่น้อย
“ก็เรื่อง...เรื่องนั้นน่ะ โว้ย...อย่ามาแกล้งให้ชั้นอายได้มั้ยวะ!!”
น้ำเสียงใสแกล้งโวยวาย ซีวอนทำเสียงจึ้กจั้กอย่างขัดใจ
“พูดวะพูดโว้ยอีกแล้ว...”
“แล้วไง??!”
“ไม่หล่อแล้วยังทำตัวไม่ดีอีก!!”
“เออ...ก็ชั้นมันไม่หล่อนี่ อย่ามายุ่งได้มั้ยเล่า??!”
ฮันกยองสะบัดหน้าหนี ซีวอนหัวเราะในลำคอก่อนจะเอื้อมมือไปประคองใบหน้าเชิดงอนนั้นให้หันมาสบตา
“พี่น่ะไม่หล่อหรอก....”
“...........”
“....แต่น่ารักที่สุดเลยต่างหาก!!”
ใบหน้าขาวใสแดงเรื่อกับคำชมซึ่งหน้าและแววตาลึกซึ้งที่จ้องมา
ซีวอนยิ้มใส่ตาใสบริสุทธิ์นั่น ก่อนจะคว้ามือเรียวขึ้นมา
“พี่นี่ใช้ไม่ได้เลยนะ...หนาวขนาดนี้ยังไม่ใส่ถุงมืออีก...”
“ก็ชั้นเห็นฮีชอลไม่ได้เอาถุงมือมา ก็เลยให้ยืมไปใส่น่ะ...”
ซีวอนจับมือของคนเป็นพี่แน่น พลางถูไปมา “พี่ก็เป็นซะอย่างนี้ ห่วงคนรอบข้างเขาไปทั่ว...”
“เปล่าซะหน่อย...อย่างน้อยก็ยกเว้นนายคนนึงล่ะ...”
“ก็ใช่เซ่...ผมมันคนไม่สำคัญ ถูกละเลยตลอด...”
ซีวอนปล่อยมือบางแทบจะทันที ใบหน้าคมฉายแววน้อยใจ ริมฝีปากยื่นตามความเคยชิน
ฮันกยองยิ้มน้อยๆ ก่อนจะจับมือใหญ่ขึ้นมาจับแน่น
“ก็เพราะชั้นไม่ค่อยสนใจตัวเอง ถึงต้องมีนายคอยมาสนใจไงล่ะ…”
.
.
.
“ถึงชั้นจะดูแลใครต่อใครไปทั่ว แต่ตัวชั้นให้นายดูแลคนเดียวนะ...”
นัยน์ตาสีเข้มของคนฟังเบิกกว้าง นึกไม่ถึงว่าร่างโปร่งจะเอ่ยประโยคนี้ออกมา...ถึงจะไม่ยอมเป็นแฟนกันเสียทีที แต่การกระทำแบบนี้มันก็ทำให้หัวใจพองโตอย่างน่าประหลาด...
“กินข้าวเถอะ...” ฮันกยองรู้สึกตัวว่าถูกจ้องด้วยสายตาหวานซึ้งนานเกินไปแล้ว จึงรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์แบบเมื่อวานอีก
ซีวอนที่ใบหน้าไม่สามารถหุบยิ้มลงได้ มองไปรอบๆ ตัวคนตรงหน้า
“แล้วไหนข้าวล่ะ??” เอ่ยถามอย่างสงสัยเพราะมองยังไงก็เห็นเพียงแค่ร่างโปร่งที่นั่งอยู่เท่านั้น
“อ้าว...” ฮันกยองอุทานหน้าตาเหรอหรา
“อย่าบอกนะว่าพี่ไม่ได้เตรียมมาน่ะ...” ซีวอนตบหน้าผากตัวเองแรงๆ
“ชั้นต้องเป็นคนเตรียมเหรอ??!”
“ชวนมากินข้าวทั้งๆ ที่ไม่มีกล่องข้าวเนี่ยนะ!!”
ประโยคต่อว่าทำเอาเสียงใสเริ่มดังขึ้น
“อย่าพูดเหมือนชั้นเป็นคนผิดได้มั้ยล่ะ ชั้นก็นึกว่านายจะเตรียมมานี่นา...”
ซีวอนไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี...พี่ฮันกยองของเขาชักจะซื่อเกินไปแล้ว ร่างสูงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ สงบสติอารมณ์
“ช่างมันเถอะ...” เสียงทุ้มเอ่ยปลงๆ “เอาเป็นว่าวันนี้อดข้าวหนึ่งวันแล้วกัน...”
ใบหน้าขาวใสของคนเป็นพี่ยิ้มแหยๆ “ชั้น...ขอโทษ...ก็ได้!!”
...ถึงจะยอมรับว่าผิด แต่ถ้าจะให้ขอโทษดีดีมันก็เสียฟอร์มหมด...
ร่างสูงถอนหายใจเฮือก มองหน้าฮันกยองนิ่ง
“ผมไม่ให้อภัยหรอก...”
“.......”
“นอกจากว่าจะชดเชยค่าเสียหายด้วยนี่...” นิ้วเรียวยาวแตะลงที่ริมฝีปากสีแดงจัดเบาๆ
“อะไรนะ!!!”
ฮันกยองโวยวายสีหน้าแดงก่ำ
“ว่าไง...” ซีวอนยืนนิ่งรอคอยคำตอบ ฮันกยองมองใบหน้าอ้อนๆ อย่างชั่งใจ ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปกระซิบประโยคที่ทำให้ริมฝีปากบางยกยิ้มกว้างแทบจะฉีกถึงใบหู
.
.
.
“ครั้งเดียวเท่านั้นนะ!!!”
TBC*
Talk: มาแล้วววว......และแล้วมันก็มา....ไม่น่าเชื่อ!!! 555 พาร์ทนี้เขียนลื่นแฮะ แต่แบบ...ไม่มีอะไรเช่นเคย ยังเป็นฟิคไร้สาระได้อีก กรั่กๆ ^^" รู้สึกไม๊ว่าคิเฮมันยาวๆ และซีฮันมันสั้นๆ 555 ทำไมน้ออ???! อ่านไปก็อย่าคิดอะไรมากเลยนะคะ อ่านเอาสนุกๆ เน้อ เจอกันพาร์ท 6 ซึ่งน่าจะประมาณหลังสอบอ่าน้า...รอกันด้วยล่ะ ^^
เอิ๊ต*
Ps.ถ้าฟิควันเกิดมาต่อช้าก็อย่าว่ากันล่ะ หมดความรับผิดชอบของเอิ๊ตแล้ว ไปชำระความกับไอ้เฟยเอาเอง 555
Ps2.ใครอ่านแล้วไม่เม้นขอให้ปากยื่น!!!!!!!!!! -*-

ขนาดมีเวลาเขินก่อนอ่านแล้วนะเนี่ย
หลังอ่านยังเขินอยู่เลย
แถมยังเขินหนักกว่าก่อนอ่านซะอีก
อ่านตอนคิเฮแล้วยังไม่เท่าไหร่
เพราะเจ้าปลาน้อยยังดื้ออยู่เลย
ต้องให้คิบอมตื๊อบ่อยๆตื๊อเรื่อยๆ
เดี๋ยวเจ้าปลาก็ใจอ่อนเชื่อสิ
คิคิคิ
พออ่านถึงตอนซีฮัน
โอ๊ยเขิลลลลลลลลลล
เพิ่งเห็นฮันพูดหวานๆกับซีวอน
แบบว่าน่ารักมากมาย
โดนใจคนอ่านอย่างแรงเลย
เห็นอย่างนี้แล้วอิจฉาซีวอนจัง
แต่แบบว่า
มีแอบหื่นนะตาวอน
มีให้ฮันนี่ชดใช้ค่าเสียหายด้วย
เอ่อ......
ก็อย่างที่รู้ๆกันอ่ะนะ
แล้วฮันก็ยอมซะด้วย
แหม
แต่ฮันอย่าไปเชื่อตาวอนมากนักนะ
ถึงบอกว่าครั้งเดียวก็เถอะ
มันต้องมีครั้งที่
2 3 4 5 6 7 ................
ถึงอินฟินิตี้เลยล่ะ
ฮันเราต้องทำใจไว้
ตอน 6 อ่า
เร็วๆน้า
เดี๋ยวคนอ่านจาใจขาดตายเพราะไม่ได้อ่าน
เห็นใจกันหน่อยน้า
ใกล้สอบก็ตั้งใจด้วยล่ะ
ขอให้ได้คะแนนดีๆน้า
#1 By attar (58.8.184.3) on 2008-02-10 15:35