:: [S-Fic] Snowtime,our moment 1 (SiHan) HBD HanGenG ::
posted on 09 Feb 2008 22:16 by ii-sh-sweetkitkat in SH-FicTitle: Snowtime,our moment1 [HBD HanGeng]
Paring: Siwon-x-Hangeng
Auther: ii-z-sh/earthii Feat.conFLAKE ^^
----------------------------------------------------------------------
ดวงอาทิตย์ที่ค่อยๆ ลับลาขอบฟ้าบ่งบอกเวลาว่าล่วงเลยเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของวัน แสงสีเหลืองนวลของดวงจันทร์ส่องสะท้อนหิมะบนท้องถนนให้ดูสวยงามอย่างน่าประหลาด
ผมชอบมองหิมะใต้แสงจันทร์ชะมัดเลย ไม่ใช่ว่าผมเป็นคนโรแมนติกหรอกนะ...แต่ผมว่ามันดูน่ากินเหมือนน้ำแข็งใสราดน้ำสับปะรดต่างหาก = =
“ฟู่...”
ละอองไอสีขาวลอยละล่องเมื่อผมพ่นลมหายใจออกมา ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อจะหยิบคีย์การ์ดเข้าคอนโด แต่ยังไม่ทันได้สัมผัสคีย์การ์ด สายตาผมก็เหลือบไปเห็นอะไรกลมๆ เป็นก้อนสีขาวๆ เทาๆ ที่อยู่ตรงพื้นหน้าคอนโดเข้าเสียก่อน
“อ้าว...หมาน้อย มาทำอะไรตรงนี้เนี่ย...”
ผมเพ่งอยู่นานจนเห็นว่ามันคือหมาน้อยที่คงจะหลงทางมา จึงนั่งยองๆ ลงลูบหัวลูบหางมัน...มันตะกายผมแล้วทำท่าเหมือนจะร้องขอความเห็นใจ ดูท่าทางมันคงจะหิวแล้วก็หนาวมากทีเดียวล่ะ...ผมจ้องลูกตาใสๆ ของมันอย่างชั่งใจ ก่อนจะตัดสินใจอุ้มมันขึ้นมา
เอาไงดีหว่า??! ผมก็ไม่เคยถามเค้าซะด้วยสิว่าที่นี่เค้าให้นำสัตว์เลี้ยงเข้ามาได้รึเปล่า หรือว่าจะแกล้งเนียนๆ อุ้มเข้าไปแล้วทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ไม่เข้าใจภาษาเกาหลีดีนะ ปกติหน้าตาผมก็ดูเป็นคนซื่ออยู่ น่าจะไม่มีคนสงสัยหรอก -*-
“นี่...เจ้าหมา...อย่าส่งเสียงดังนะ...”
ผมก้มลงบอกหมาน้อยที่ตอนนี้เข้าไปซุกอยู่ในเสื้อโค้ทผมเรียบร้อย ถึงมันจะดูตุงๆ ไปหน่อย -*- แต่มันก็น่าจะช่วยอำพรางจากสายตาร.ป.ภ.ของคอนโดได้มากทีเดียว ผมส่งยิ้มใสซื่อบริสุทธิ์ไปให้ร.ป.ภ.ที่มองตรงมา สาบานได้ว่าผมไม่ใช่คนเล่นละครเก่งหรือตอหลบตอแหลอะไรทั้งนั้น แต่ตอนนี้ผมกับเจ้าหมาขนปุยก็เข้ามาอยู่ในห้องอย่างปลอดภัยทั้งคู่โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาตอบคำถามร.ป.ภ.แม้แต่น้อย
“รอแป๊บนึงนะองค์ชายสี่...”
หลังจากที่ผมนึกชื่อที่จะตั้งให้เจ้าหมาหลงทางตัวนี้อยู่นาน สุดท้ายก็ตกลงใจให้มันใช้ชื่อนี้ล่ะ...มันเป็นชื่อที่น่ารักสุดๆ เลยใช่มั้ยล่า??! ^^ ที่ตั้งชื่อนี้น่ะไม่ใช่เพราะผมคิดชื่ออะไรไม่ออกแล้วนะ แต่เป็นเพราะผมหลงใหลในหนังจีนย้อนยุคเอามากๆ ต่างหาก
โอ๊ะ...มีอีกอย่างนึงที่ผมลืมบอกไป...รู้แล้วก็อย่าไปบอกใครล่ะว่าเจ้าองค์ชายสี่มันมีชื่อเต็มๆ ที่มาจากคนใกล้ตัวผมด้วย...อา!! เดาไม่ออกเหรอครับว่าชื่ออะไร ??! ง่ะ...ผมบอกให้ก็ได้ องค์ชายสี่น่ะ...ย่อมาจาก...’สี่ฉีหยวน’ ยังไงล่ะ ^^ ฉีหยวนชื่อจีนที่มากจากชื่อซีวอนนั่นแหละ เก๋ไก๋สไลเดอร์ไปเลยใช่ม๊า...???! ^^"
ผมวางองค์ชายสี่ลงที่โซฟา เอาผ้ามาโปะๆ กันหนาว ก่อนจะเดินเข้าห้องครัวไปเปิดตู้เย็นดูว่ามีอะไรหลงเหลือพอให้กินได้บ้าง แต่สงสัยว่าผมจะลืมซื้อของมาตุนไว้ในตู้เย็นนานไปหน่อย ตอนนี้มันจึงเหลือเพียงมะนาวหั่นแล้วครึ่งลูก กับแครอทที่เป็นสีดำไปค่อนซีกเท่านั้น = =
“เฮ้อ...ไม่มีอะไรเหลือเลยจริงๆ เหรอเนี่ย...” ผมค้นไปทั่วก่อนจะสะดุดตาเข้ากับถุงอะไรใหญ่ๆ ถุงหนึ่งที่ถูกยัดเข้าไปมุมสุดของตู้เย็น
“อ๋า...นี่มันเค้กนี่นา...”
ใช่แล้วล่ะ...มันคือเค้กหน้าตาน่ากินที่พวกเพื่อนๆ ผมคงจะเอามาแช่ไว้ ถ้าผมแบ่งไปให้องค์ชายสี่กินซักหน่อย เพื่อนๆ ก็คงจะไม่ว่าอะไรหรอกมั้ง
ผมลองใช้นิ้วชี้จิ้มลงไปตรงกลางจนมันเป็นรูก่อนจะส่งเข้าปาก นี่ล่ะ...วิธีชิมเค้กแบบของผม ^^” คุณผู้อ่านคงไม่รู้ใช่มั้ยล่ะว่าเวลาชิมแบบนี้น่ะ มันอร่อยที่สุดเลย!!! ><
“อืม...อร่อย...”
ผมจิ้มเค้กเข้าปากครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะตกใจเมื่อได้ยินเสียงเห่า อ๋า...นี่ผมลืมไปเลยว่าจะเอาเค้กไปให้องค์ชายสี่ มั่วแต่นั่งชิมเค้กจนเพลิน แหม...ก็มันอร่อยนี่นา!!
“อ่ะๆ…”
ผมยื่นกล่องเค้กให้มันอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก ก่อนจะกัดปากตัวเองเมื่อรู้สึกว่าเผลอตัวทำปากยื่น จมูกเชิดออกไป
...ไม่ได้สิ ทำแบบนี้ไม่ได้...ช่วงนี้ยิ่งมีคนมาทักบ่อยๆ อยู่ ว่าผมดูเค๊ะ...เคะ!! แถมยังรู้สึกมีลางสังหรณ์ว่ามีคนจ้องจำทำลายธงเซเมะของผมอยู่ ผมไม่ได้เคะนะ ไม่ได้เคะจริงจริ๊ง...เชื่อกันหน่อยเซ่!!! - -“
… ระหว่างที่ผมกำลังนั่งเท้าคางมองเจ้าองค์ชายสี่กินเค้กอย่างหิวโหยพร้อมกับบ่นอะไรไปเรื่อยเปื่อย เสียงอึกทึกก็ดังมาจากหน้าห้อง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจ้าพวกลิงทั้ง 11 กลับมาแล้ว
“อ้าวฮัน...กลับมาแล้...เฮ้ย!!!!!!” เสียงฮีชอลที่กำลังจะเดินเข้ามาทักเปลี่ยนเป็นตะโกนร้องด้วยความตกใจ ทำเอาผมอ้าปากค้าง ก่อนจะยิ่งค้างมากขึ้นเมื่อสมาชิกที่ตามหลังกันมาพากันส่งเสียงร้องอย่างพร้อมเพรียง
“เฮ้ย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
ผมรีบเอาสองมือปิดหูอย่างรวดเร็ว เสียงแต่ละคนนี่ไม่ต่ำกว่าสิบแปดหลอด ไปอมนกหวีดกันมารึไงวะ ทำอย่างกับไฟไหม้ไปได้ คนจีนตกใจนะโว้ย!!!
“อะ...อะไรกันวะ??!”
ผมทำหน้าเหรอหรามองซีวอนที่เดินเข้าไปหยิบกล่องเค้กออกมาจากเจ้าองค์ชายสี่ที่กำลังเลียอย่างเอร็ดอร่อย
“พี่รู้มั้ยว่านี่มันเค้กอะไร??!” ซีวอนหันมามองพร้อมกับถามเสียงเครียด ทำไมต้องทำเสียงจริงจังแบบนั้นด้วยวะ ก็แค่เค้กอ่า..หวงอะไรกันนักกันหนา...O.o หรือมันเป็นเค้กที่อุลตร้าแมนเอาไว้ใช้กู้โลก = =
“ไม่รู้เว้ย...เค้กงานแต่งงานนายรึไง??!”
เอาเซ่...อยากมาทำเสียงเข้มใส่ ผมก็จะกวนมันไปอย่างนี้แหละ!!
ซีวอนกระแทกกล่องเค้กลงกับโต๊ะ ก่อนจะถอนหายใจยาวๆ มือใหญ่ยกขยี้ผมจนยุ่ง
“พี่มันความจำสั้นหรือความจำเสื่อมกันแน่เนี่ย!!!”
อ้าวๆๆๆๆ พูดแบบนี้ชักจะไม่สวยแล้ว ไอ้สิงโตบ้าเอ๊ย เรื่องอะไรต้องมาว่ากันด้วยวะเนี่ย ผมกำหมัดแน่น
“ทำไมวะ...แค่ชั้นไม่รู้เนี่ย มันผิดมากรึไง??!”
“ผิด!!”
“ผิดตรงไหนวะ ก็ไม่รู้นี่หว่า นายก็บอกมาเซ่...”
คนจีนชักจะโมโหแล้วนะ ขาเริ่มสั่นอยากจะเต้นบัลเล่ต์สวอนเลคสามรอบแล้วกระโดดฟรีคิกซักหนึ่งทีจริงๆ ผมกวาดสายตาไปรอบห้องเห็นสมาชิกคนอื่นมองอย่างหวาดๆ ก่อนจะแยกย้ายเข้าห้องไป
...เดี๋ยวเซ่!!กลับมาก่อน อย่าทิ้งให้ชั้นอยู่กับไอ้สิงโตอารมณ์หมาบ้านี่สองต่อสองดิ มันเสียว เอ่อ...มันไม่ปลอดภัยต่อการโดนหักธงน่ะ เข้าใจม๊ายย!!!! T^T...
“ตกลงพี่จำไม่ได้จริงๆ เหรอ??” ซีวอนที่เอามือไขว้หลังเดินหงุดหงิดงุ่นง่านวนเวียนไปมาก่อนจะมาหยุดจ้องหน้า...จะหน้าใครล่ะ ถ้าไม่ใช่หน้าผม -*- เอาหน้าออกไปไกลๆ ได้มะ??! ชั้นยังห่วงสวัสดิภาพของตัวเองอยู่นะเว้ย!!...
“จำไม่ได้เว้ย!! เค้กบ้าเค้กบออะไรกัน!!!” กลบเกลื่อนครับ...โวยวายกลบเกลื่อน -*- แต่ดูท่าว่าจะไม่ค่อยเป็นผลดีเท่าไหร่ เพราะไอ้คนที่เอาหน้ามาจ่อใกล้ๆ แผดเสียงลั่น
“มันไม่ใช่เค้กบ้าบอที่ไหน มันคือเค้กวันเกิดของพี่ที่พวกเราตั้งใจจะเซอร์ไพรซ์กัน แค่นี้พี่ก็จำไม่ได้...........โว้ยยย!!!”
ผมมองซีวอนที่ทิ้งตัวลงบนโซฟาพร้อมกับสบถลั่นหน้าตาเหรอหรา...อ้าว!! วันนี้วันเกิดผมเหรอเนี่ย O.oไม่รู้จริงๆ นะเนี่ย... โธ่!! ก็ผมจำไม่ได้จริงๆ นี่ครับ ใครจะไปจำอะไรได้ทุกอย่างกันเล่า???! จิงมั้ย ??!...
.
.
.
ไม่เหรอ??! = =
เอาล่ะๆๆๆ ก็ได้ๆ ผมผิดเองก็ได้ เอาเป็นว่าครั้งนี้ผมจะยอมง้อแล้วกัน ไม่ใช่เพราะรู้สึกผิดหรอกนะ...แต่เพราะเวลาเห็นคนตัวสูงเป็นเสาไฟฟ้ามานั่งทำปากบู้ส่งเสียงฮึดฮัดแล้วมันอุจาดตาน่ะ -*-
“ฮึ!!.............” = =
“เฮอะ!!!.............” -_-“
“ฮุ่ย!!!......” ดูมันสิครับ...ดูมันทำ - -“ บางทีผมก็แอบปวดใจอยู่เล็กน้อยนะที่มีน้องชายเป็นตุ๊ดอย่างมันน่ะ
“นี่...” ผมนั่งลงใกล้ๆ กับคนตัวโตที่แสดงอาการเป็นเด็กๆ
“เชอะ!!” น่าน...เอากับมันสิ!! มีการมาสะบัดหน้าใส่ผมอีก
“เน่...ซีวอนนนน!!” ผมเขยิบเข้าไปใกล้ พร้อมกับสะกิดยิกๆ
“ผมงอน!!” ซีวอนหันมากอดอกเชิดหน้าใส่
เอ่อ.... -*- อาการนี้ โนคอมเม้นท์ครับ...ทุเรศลูกตา - -“
“นี่...หายงอนเหอะ งอนแบบนี้มัน....มัน…”
.
.
“มันเหมือนกระเทยควายน่ะ!!”
โฮกกก.....อันนี้ผมพูดจากใจฮะ อย่างใสซื่อเลยด้วย คุณผู้อ่านก็ลองมาเป็นผมดูสิ ลองมาเป็นผู้ชายที่ถูกผู้ชายด้วยกันเขวี้ยงค้อนทำตาคว่ำใส่ดูมั่ง แล้วจะรู้สึกเองว่ามันขนลุกขนาดไหน!!!
“ผมงอนอยู่นะ พี่ง้อสิง้อ ง้อๆๆๆ...” แทนที่จะสำนึกหรือรู้สึกตัว มันกลับยิ่งงอแงมากกว่าเดิมซะอีก
“เออ...เอางี้ ออกไปซื้อเค้กมาใหม่กัน ไปกันสองคน ตกลงมั้ย??!” ผมบอกพร้อมกับลุกเดินไปที่ประตู เมื่อเห็นคนขี้งอนยังนั่งนิ่ง เลยยื่นไม้ตาย “ชั้นจะนับหนึ่งถึงสามนะ ถ้าไม่ไป...”
ยังไม่ทันจบประโยคดี คนที่ทำเป็นนั่งนิ่งก็ลุกพรวดขึ้นมาโดยไม่ลืมที่จะหยิบเสื้อโค้ทตัวยาวติดมือมาด้วย หน้าของมันยังบู้บี้อยู่ ปากก็ยังบ่นกระปอดกระแปด แต่ยังคงก้าวตามมาอย่างดี หวังว่าอากาศข้างนอกคงจะทำให้มันกลายเป็นคนปกติได้ซะที...เอ่อ...หวังว่านะ -*-
อากาศในฤดูหนาวมันช่างหนาวเสียจนจับขั้วหัวใจ ยิ่งเป็นตอนกลางคืนที่ไม่มีแสงอาทิตย์มาช่วยบรรเทาแบบนี้...
โอย...จะแข็งตายอยู่แล้วนะ T^T
ผมถูมือทั้งสองข้างที่อยู่ภายใต้ถุงมืออุ่นไปมา ก่อนจะเดินเตะหิมะไปเรื่อยๆ ฆ่าเวลารอซีวอนที่เข้าไปซื้อเค้ก มันบอกว่าอยากเซอร์ไพรซ์ผม ถึงไม่ได้ตามที่ตั้งใจไว้ แต่แค่เล็กน้อยก็ยังดี...เป็นบุญที่อากาศข้างนอกมีประสิทธิภาพในการช่วยกลายร่างมันกลับคืนสู่ปกติดีจริงๆ -*-
ผมเดินเล่นรอในสนามเด็กเล่นไปเรื่อยๆ พลางคิดนู่นคิดนี่ ทำให้ไม่ทันมองว่ามีอะไรมาขวางหน้า จนกระทั่ง...
“เหวอออ!!!”
O.o
.
.
.
.
พลั่ก!!
โฮ....ไม่น้า...เพราะผมมัวแต่คิดอะไรเพลินเลยไม่เห็นว่ามีกองหิมะกองเบ้อเริ่มที่มากองอยู่ตรงหน้า ที่สำคัญมันใหญ่ขนาดที่ทำให้ผมสะดุดลงมานอนแอ้งแม้งอยู่ตอนนี้ได้ สรุปว่าทั้งเนื้อทั้งตัวผมตอนนี้ปกคลุมไปด้วยหิมะ -*- โฮกกก...ผมไม่ได้อยากเป็นสโนว์แมนซะหน่อย ไอ้หิมะบ้า!!!
ผมพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากกองหิมะอย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเจอกับใบหน้าหล่อๆ ของอีกคนที่ตอนนี้เริ่มจะบิดเบี้ยวจากการกลั้นหัวเราะ
“ฮึ่ย!! ถ้ามันยากขนาดนั้นล่ะก็ หัวเราะออกมาเลยก็ได้นะ!!”
ผมสาบานได้ว่านั่นคือการประชด ไม่ใช่ให้มันขำท้องคัดท้องแข็งแบบนี้!! = =
“ฮ่าๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆ” -*- หัวเราะอย่างเดียวไม่พอ มันถึงกับวางกล่องเค้กลงแล้วก้มลงกดชายโครงจนตัวงอ จนผมอดสงสัยไม่ได้ว่า...นี่มันขำขนาดนั้นเลยเหรอวะเนี่ย!!
“จะหัวเราะอีกนานมั้ยวะ???!” ผมกัดฟันแน่น มองอย่างเคืองๆ เคืองจริงๆ นะ...แต่ทำไมไอ้บ้านั่นถึงได้เอามือมาจับหัวผมโยกไปมาแบบนั้นล่ะ
“พี่นี่น่าร้าก...น่ารัก!!” อ๊ากกกกกก!!!!!!!!! ดูคำพูดมันสิ ผู้ชายที่ไหนวะเค้าชมกันว่าน่ารักน่ะ ผมปัดมือมันออกอย่างแรง
“อย่าเล่นเด๊ะ...” ผมขมวดคิ้วใส่ซีวอน พยายามไม่ให้เผลอทำปากยื่นออกมา ขอย้ำอีกทีว่าว่าทำแบบนั้นน่ะมันเค๊ะ....เคะ!!! ผมไม่เคะ เพราะฉะนั้นผมจะไม่ทำเด็ดขาด!!
“เล่นอะไร ผมยังไม่ได้เล่นอะไรเลย ก็พี่น่ารักจริงๆ นี่นา...”
เออ...กรุรู้แล้ว!!!!!!!!!!!!!...อย่าย้ำบ่อยๆ ได้มั้ยวะ!! ได้ยินเสียง ‘กร๊อบ’ ของธงเซเมะที่กำลังพยายามรักษาอยู่มาแต่ไกลเลย T^T
ว่าแต่ตอนนี้...มีใครมีปรอทมั้ยครับ...มาวัดทีว่าอุณหภูมิหน้าของผมตอนนี้มันสูงขึ้นไปถึงเท่าไหร่แล้ว
...อ๊ากกกก!!! อย่าทำทำสีหน้าจริงจัง แววตาจริงใจ ปิ๊งๆ แบบนี้ได้มั้ยวะ??! คนยิ่งสับสนอยู่...
“กลับเหอะซีวอน...” ผมว่ากลับไปบ้านน่าจะปลอดภัยกว่า ไม่น่าคิดชวนมันออกมาสองคนเลย สวรรค์ช่างกลั่นแกล้ง!!
“เดี่ยวสิครับ...” ยังไม่ทันจะได้ก้าวเท้าไปไหน มือของผมก็ถูกซีวอนดึงไว้ซะก่อน...ผิดมั้ยครับ ถ้าจะบอกว่าตอนนี้ขามันแข็ง ก้าวไม่ออก จะไปไหนก็ไม่ได้ซะแล้ว... T^T
เชวซีวอน...นายต้องมีมนต์อะไรแน่ๆ เลย ถึงได้ทำให้ชั้นเป็นแบบนี้!!!
หนึ่งคืบ...หนึ่งนิ้ว...เอ๊ะ!! หรือว่าหนึ่งเซ็นต์กันนะที่ใบหน้าคมนั่นยื่นมาใกล้จนเกือบชิด ก่อนจะแกล้งเฉียดไปกระซิบแผ่วเบาที่หู “สุขสันต์วันเกิดนะครับพี่ฮันกยอง...”
มันจะไม่เป็นอะไรเลยครับ ถ้ามันจะมีแค่ประโยคอวยพรวันเกิดธรรมดา แต่นี่เสียงนุ่มๆ ดันพูดประโยคต่อไปนี่สิ…
“พี่รู้ตัวมั้ยว่าพี่เวลาทำตัวเคะน่ะน่ารักแค่ไหน...”
...ไม่รู้...ไม่รู้...ไม่รู้โว้ย!! ก็บอกแล้วว่าไม่เคะ ไม่เคะ เชื่อฟังกันม่างเซ่!! คนมัน (อยาก) เมะน่ะ โอเค๊??!...
“...........”
“เอ่อ....”
“.........”
“เรามาคบกันเถอะนะครับฮยอง!!”
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ฮันกยองอยากตายยยยย!!!!!!!
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหลุดออกมาจากมือใหญ่นั่นได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แต่ว่าตอนนี้กำลังจ้ำอ้าวยิ่งกว่าหนี้เจ้าหนี้ซะอีก = =
...เชวซีวอน...ออกไปห่างๆ ได้มั้ย หัวใจมันเต้นแรงจน จะกระเด้งกระดอนออกมาตามพื้นถนนแล้วนะ...ไอ้สิงโตบ้า ไอ้สิงโตนิสัยไม่ดี บู้วววว!!!!!!!!!!!!!!...
= =
TBC*
----------------------------------------------------------------------------------------------
Talk: เลทคับเลทจนเลยมาถึงวันเกิดซีวอนแล้ว อ๊ากก....ขอโทดค้าบบบ >/\< คือแบบนั่งปั่นเมื่อคืนเสดแล้วล่ะ แต่ยังไม่กล้าลงอ่า ไม่มั่นใจ หุหุ...แต่ไหนๆ แต่งมาแล้วก้อลงเลยดีกว่า
เรื่องนี้แต่งกันสองคนนะคับ คิดเหมือนนกันว่าจะแต่งสองพาร์ท ลงวันเกิดฮันพาร์ทนึง วอนพาร์ทนึง เลยชวนมาแต่งด้วยกัน คนละพาร์ท ตอนแรกพล็อตนี่ไม่มีอยุในหัวเลย แค่อยากให้ป๋าขี้บ่น 5555 ปั่นแบบหัวฟูมากมาย การบ้านเว็บเพจ 19 หน้าเส็ดปุ๊บก้อลงมือปั่นฟิคทันที พาร์ทของเราจบแล้ว โคตรรรดีใจ ที่เหลือไอ้เฟยรับหน้าที่ไป 55
เรื่องชื่อหมาที่ฮันเจอชื่อนี้มาจากหนังจีนนะคับ อย่าเป็นเหมือนคนแต่งร่วมอีกคนที่พอบอกว่าชื่อองค์ชายสี่ มันต่อทันทีว่า...บะหมี่เกี๋ยว -*- ซึ้งจิงๆ
เอาเป็นว่าอ่านเล่นๆ แล้วกันนะค้าบ พยายามที่สุดแล้ว แต่เวลาไม่พอ เลยได้เท่านี้ล่ะ อ่านแล้วสนุกไม่สนุก ชอบไม่ชอบก้อเม้นกันด้วยล่ะ อย่าทำตัวเป็นผี บรื๋อววววว์ = =
อ้อ...เรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนจะเดบิวต์นะคับ ช่วงแรกๆ เลย จิ้นตามกันด้วย หุหุ
เอิ๊ต*
Ps.พรุ่งนี้อาจจะมีสิทธิ์ลงฟิค 2 เรื่องนะคับ My life is U!! พาร์ท 5 กับ HBD ซีวอน ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดนะ รอติดตามกันด้วยล่ะ ^^
Ps2.หลายคนบอกว่าเรื่องนี้ฮันไม่ยอมเคะอีกแล้ว... -*- นั่นสิ!!
คอยดูเถอะ!!! เรื่องหน้า......จะทำให้ฮันเคะแบบกู่ไม่กลับเลยทีเดียว หึหึ !!!!!!!
Ps3.ขอบคุณที่ร้ากมากกกก สำหรับหลายๆ อย่างในฟิค ถ้าไม่มีที่ร้าก ชั้นคงคิดไม่ออก -*- มาจุ๊บทีนึง >3<

อ่านอีกรอบ ก็หนุกอีกแล้ววววว
เรื่องนี้ฮันน่ารักมาก
ถึงแม้จะบ่นไปหน่อย เรื่องที่ตัวเองไม่บอมเคะ
แต่ยังไงก็น่ารักอยู่ดีแหละ
ขอร้อง !!
#1 By SHGALS (202.149.24.129) on 2008-02-09 23:18