:: [Fic] My life is you 4 (Siwon-Hangeng) Feat:KIHae ::
posted on 04 Feb 2008 15:57 by ii-sh-sweetkitkat in SH-FicTitle: My life is you 4!!
Paring: Siwon-x-Hangeng & Kibum-x-Donghae
Auther: ii-z-sh/earthii
----------------------------------------------------------------------
เสียงแกรกๆ ของปากกาที่ขูดขีดกับกระดาษดังมาจากโต๊ะหน้าห้องฟังดูน่ารำคาญ หากเพราะเป็นเวลาพักกลางวันจึงไม่ค่อยมีคนอยู่ในห้องมากนัก ทงเฮมองกระดาษที่มีแต่รอยยึกยือเต็มไปหมดแล้วก็ถอนหายใจ ก่อนจะจรดปากกาลากเส้นยาวๆ ระบายอารมณ์อีกครั้ง
...โว้ย!! เบื่อ เบื่อที่สุด!!! นานเกินไปแล้วนะ!!!...
ทงเฮวางปากกาลงพร้อมปัดกระดาษทิ้งอย่างนึกโมโห ก่อนจะลุกพรวดขึ้น หอบเอาหน้ายู่ๆ ของตัวเองไปหยุดอยู่ตรงหน้าคนที่นั่งอยู่หลังห้อง มือเรียวตบลงบนโต๊ะดังปัง!!
คนในห้องสะดุ้งด้วยความตกใจ ก่อนจะพากันอพยพออกนอกห้องไปหมด เหลือเพียงแค่ร่างสูงที่นั่งอ่านหนังสืออย่างสบายอารมณ์ คิบอมละสายตาจากตัวอักษรขึ้นมามองคนอารมณ์ร้ายชั่วครู่ ริมฝีปากบางทำท่าเหมือนจะขยับ หากแล้วก็ปิดสนิทลง พร้อมกับนัยน์ตาสีเข้มที่หลุบลงสนใจหนังสือในมือต่อ
“นี่!!” ทงเฮใช้เสียงดังเข้าข่ม คิ้วเข้มขมวดมุ่น
...หนังสือมันสนุกมากนักรึไง ถึงทำท่าสนอกสนใจขนาดนี้!!...
คิบอมทำท่าเหมือนไม่ได้ยิน นิ้วเรียวยังคงพลิกหน้าหนังสือต่อไปเรื่อยๆ คนที่ยืนมองกระทืบเท้าขัดใจ
“คิบอม!!” เสียงดังที่คาดว่าน่าจะเกินระดับความปลอดภัยดังอยู่ข้างๆ หู หากคิบอมทำเพียงแค่เลิกคิ้วพร้อมกับทำท่าแคะหูกวนประสาท
...จะเล่นสงครามประสาทกับชั้นใช่มั้ยคิมคิบอม??!!...
ใบหน้าขาวของทงเฮมุ่ยสนิท ริมฝีปากสีสดเม้มแน่น ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วแผดเสียงลั่น
“ไอ้เวรคิมคิบอม!!”
คำด่าแรงๆ ลอยมาพร้อมกับหนังสือในมือของคิบอมที่ลอยละลิ่วลงไปนอนแอ้งแม้งบนพื้น คิบอมเงยหน้าขึ้นมอง แววตาสีเข้มดุดัน
“อย่ามาพาลกับสิ่งของแบบนี้...ไม่ชอบ!!”
ทงเฮแม้จะรู้สึกกลัวเล็กน้อยกับมาดของคิบอมที่ไม่เคยเห็นแบบนี้ หากใบหน้าขาวใสก็ยังทำเก่ง ริมฝีปากเชิดขึ้นอย่างท้าทาย
“ก็อยากกวนประสาทก่อนทำไมวะ??”
“ผมไม่ได้กวนประสาท ก็บอกแล้วว่ารอให้อ่านหนังสือจบก่อน นี่ก็เร่งอ่านเร็วที่สุดแล้วไง...”
“ฮึ!!” ทงเฮกอดอก กัดฟันแน่น “นายจะแกล้งล่ะสิ เรื่องแค่นั้นทำไมจะบอกเลยไม่ได้!!”
คิบอมสั่นศีรษะอย่างระอา
“เคยมีคนบอกมั้ย ว่านายมันเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจที่สุดเลยทงเฮ...”
“แล้วเคยมีคนบอกมั้ยว่านายมันไร้สัมมาคารวะที่สุดเลยคิมคิบอม...” ทงเฮย้อนเข้าให้อย่างหมั่นไส้
“กะอีแค่ผมไม่เรียกทงเฮว่าพี่มันผิดตรงไหน??!”
“ผิดเว้ย...โคตรจะผิดเลยด้วย เพราะพี่เป็นพี่นาย รู้จักมั้ย คนที่เกิดมาก่อนน่ะ!!”
“ไม่รู้ แล้วก็จะไม่เรียกด้วย”
“ฮึ!!” ทงเฮทำเสียงขึ้นจมูก...มาว่าคนอื่นเอาแต่ใจ นายก็ไม่เห็นต่างเลยคิมคิบอม!!...
“ตกลงจะฟังมั้ยว่าตอนเจอหน้าทงเฮผมรู้สึกยังไง”
“ฟังเด้...ฟังๆๆ” มือเรียวรีบก้มลงหยิบหนังสือบนพื้นขึ้นมาปัดๆ ส่งคืนให้เจ้าของ พร้อมรอยยิ้มอ้อนๆ
...อารมณ์เปลี่ยนได้รวดเร็วยิ่งกว่าพายุทอร์นาโดอีกจริงๆ อีทงเฮ...
อาการกระตือรือร้นเหมือนเด็กสามขวบได้ของเล่นถูกใจ ทำเอาคิบอมรีบยกมือขึ้นถูๆ บริเวณริมฝีปากที่ทำท่าจะทรยศด้วยการยิ้มกว้างซะแล้ว...เก๊กไว้ก่อนคิบอม เล่นตัวเข้าไว้ อย่าเผลอหลุดมาดเชียวนะ!!!...
“อยากรู้จริงๆ ใช่มั้ย??!”
“อืม...อยาก!!” ทงเฮตอบแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด นัยน์ตาสีชาเป็นประกาย
คิบอมกอดอกทำท่าคิดหนัก นิ้วชี้ลูบริมฝีปากตัวเองเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยกมือขึ้นเสยผม
“แต่มันต้องมีค่าตอบแทนนะ...”
“จะเอาเท่าไหร่ก็บอกมา...” ทงเฮบอกอย่างใจป้ำ
“...เดี๋ยวชั้นไปไถไอ้ซีวอนมาให้”
คิบอมทำเสียงขลุกขลักในลำคอ “ไม่เอาหรอกเงินน่ะ ผมมีเยอะแล้ว...”
“แล้วจะเอาอะไรวะ??”
“นายจะให้จริงๆ เหรอ??!”
“เออ...จะเอาอะไรก็บอกมาเถอะน่า!!” ทงเฮบอกเสียงห้วน ชักจะรำคาญที่คนอ่อนวัยกว่าทำท่ายึกยัก
“แน่ใจนะ!!?”
“เออ...”
“ย้ายที่มานั่งข้างผมตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป!!”
“แค่นั้นเอง...โธ่!! เรื่องจิ๊บๆ”
คิบอมมองหน้าคนที่เป่าปากด้วยความโล่งอกนิ่ง ก่อนจะพูดต่อ
“แล้วก็ต้องเดินมาโรงเรียนด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน กลับบ้านด้วยกัน แล้วก็ต้องคุยโทรศัพท์กันทุกคืนด้วย!!”
“เฮ้ย!! มันจะมากเกินไปแล้ว!!” ทงเฮโวยลั่น ก่อนจะประชด “ถ้าขนาดนี้ก็อาบน้ำด้วยกันเลยมั้ย???!”
“ทงเฮชวนเองนะ...” คนพูดกระดิกเท้าท่าทางร่าเริง
“ไม่...ไม่ได้ชวนเว้ย ประชด...เข้าใจมั้ย??!”
ถ้ามีไม้อยู่ในมือตอนนี้ ทงเฮคงจะจับมันฟาดใส่คนตรงหน้าไม่ยั้งเลย กวนประสาทไม่พอยังคิดเองเออเองอีก คนไอคิวสูงประสาอะไรวะ!!
“แล้วจะบอกมั้ยเนี่ย??”
“แล้วทงเฮตกลงมั้ยล่ะ??”
...ใครมันบอกวะว่าคิมคิบอมเป็นคนเงียบขรึม โลกส่วนตัวสูง เจอแต่ละทีเห็นแต่กวนประสาทได้โล่ แล้วก็เอาแต่ใจยิ่งกว่าเด็กอนุบาลซะอีก...
ทงเฮถูจมูกแรงๆ ก่อนจะบอกเสียงห้วน “ให้ได้แค่ข้อแรก...”
“งั้นก็จบ...”
“อะไรวะ!!!” ทงเฮกำหมัดแน่น อยากจะเสยตาหยีๆ นั่นให้ปิดลงไปเลย
คิบอมทำท่าหมุนตัวจะเดินออกไปนอกห้อง หากถูกทงเฮเรียกไว้ด้วยการใช้สันหนังสือตีลงบนศีรษะแรงๆ เสียก่อน
“เออๆ ก็ได้ๆ ให้ทั้งหมดนั่นแหละ!!”
คนฟังทำตาโต แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ในใจตอนนี้แทบจะร้องไชโยโห่ฮิ้วให้ดังไปถึงดาวเสาร์ พร้อมกับกระโดดโลดเต้นเหมือนเด็กๆ...หากเท่าที่ทำได้ก็เพียงแค่กระแอมกะไอกลบเกลื่อนความดีใจเท่านั้น
“นี่ถ้าต้องทำกับข้าวให้อีกอย่าง ก็เรียกว่าเมียได้แล้ว...” คิบอมแทบกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่กับคำบ่นงึมงำของคนตัวเตี้ยกว่า ไม่นึกว่าทงเฮจะอยากรู้ถึงขนาดนี้
“ตกลงแล้วก็บอกมาซะทีเซ่...ยึกยักอีกนายตายแน่!!”
ทงเฮทำท่ายกกำปั้นขึ้นมาขู่ “บอกมาเร็ว...”
“ทงเฮน่ากลัว...” คิบอมแกล้งทำเป็นตัวสั่น ทั้งที่ในใจเต้นตึกตัก...อยากจะนอกเรื่องให้เวลามันยืดออกไปอีก จะได้เตรียมใจกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น ขอเวลาทำใจอีกหน่อยเถอะนะทงเฮ!!...
“จะบอกไม่บอก” คิบอมทำสีหน้าลำบาก ดูเหมือนเวลานี้จะเป็นช่วงเวลาที่ยุ่งยากที่สุดเท่าที่เคยพบเคยเจอมา
“หนึ่ง...”
...บอกไปแล้วจะเป็นอะไรมั้ยนะ??...
“สอง...”
...ทงเฮจะทำหน้ายังไง จะโกรธรึเปล่า??!...
“สองครึ่ง...”
...แล้วความสัมพันธ์ของเราจะเป็นแบบไหน??...
“สา...”
“รัก!!” คิบอมโพล่งขึ้นเสียงดัง ไม่เหลือเค้าการล้อเล่นใดๆ อีก คนฟังอ้าปากค้าง ตกใจกับคำพูดที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยิน มือเรียวยกขึ้นตบใบหน้าตัวเองแรงๆ หลายที เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นความจริง
คิบอมยื่นมือมาจับมือที่ทำร้ายใบหน้าใสๆ นั่นแน่น ก่อนจะจ้องเข้าไปในแววตาของคนตรงหน้านิ่ง
“ก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงเหมือนกัน ตอนแรกที่เห็นก็แค่อยากจะเข้าไปทำความรู้จัก อยากจะคุยด้วย แต่พอมองไปนานๆ ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน ผมก็รู้ว่าการได้ใกล้ทงเฮมันคือความสุข ผมรู้ว่าทงเฮไม่ได้ชอบผู้ชาย ผมก็ไม่เคยคิดชอบ แต่ถ้ารู้สึกแบบนี้..."
.
.
"...แล้วทงเฮเรียกมันว่ารักรึเปล่า??!”
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ร่างสองร่างที่เดินเคียงกันมาบนถนนวันนี้ดูเงียบผิดปกติ ระยะทางจากโรงเรียนไปถึงบ้านก็ดูไกลเหลือเกินในความรู้สึก ต่างคนต่างปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบคลุม ก่อนที่คนเป็นพี่จะเป็นคนทำลายความเงียบขึ้นมา
“ซีวอน...” เสียงเรียกที่ดังขึ้นเบาๆ ทำให้คนที่เดินข้างๆ หันมามองพร้อมกับเลิกคิ้วสูง
“ไม่โกรธกันใช่มั้ย??”
ซีวอนมองใบหน้าที่มีร่องรอยความกังวลแล้วก็ยิ้มออกมาน้อยๆ
“เรื่องอะไรผมต้องโกรธพี่ด้วยล่ะ?!!”
ฮันกยองหยุดเดิน ก่อนจะจับแขนซีวอนให้หยุดตาม
“ชั้นไม่ชอบเลยความรู้สึกแบบนี้...มันอึดอัดนะ!!”
ร่างสูงยืนนิ่ง ยิ้มออกมานิดๆ ก่อนจะกลบเกลื่อนด้วยการทำหน้าทะเล้นใส่
“อึดอัดก็ยอมๆ ผมซะทีสิ รับรอง...หาย!!”
ฮันกยองฟังคำพูดประโยคนั้นแล้วก็อดใจไม่ไหวต้องประเคนมะเหงกใส่ศีรษะเข้าทีหนึ่ง
“เจ็บนะ!!” คนตัวโตแต่นิสัยเหมือนเด็กหันมาทำปากยื่นใส่ ฮันกยองมองด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงปากยื่นๆ นั่นทีหนึ่ง แล้วปิดท้ายด้วยการขยี้ผมยุ่งๆ นั่นเล่น
“พี่ชอบแต๊ะอั๋ง!!” ซีวอนทำสะดีดสะดิ้งราวกับผู้หญิง “ทำอย่างงี้ผมเสียเปรียบนะเนี่ย!!”
คนเป็นพี่ทำสีหน้าประหลาด อยากจะหัวเราะ แล้วก็อยากจะอาเจียนไปในคราวเดียวกัน
“เดี๋ยวชั้นจะแต๊ะอั๋งนายด้วยฝ่าเท้า...”
“โห่...พี่อ่ะ หมดอารมณ์!!” ซีวอนทำหน้าบูด ก่อนจะคว้ามือคนข้างๆ มาจับไว้เช่นเคย นึกแปลกใจที่ไม่ได้มีการสะบัดออกแล้วทำร้ายร่างกายเหมือนทุกครั้ง หากมือเรียวนั่นยังบีบกระชับแน่นอีกต่างหาก นัยน์ตาสีเข้มมองด้วยความสงสัย
“อย่าคิดนะว่าชั้นชอบให้นายจับนายจูงน่ะ...” ฮันกยองก้มหน้ากลบเกลื่อนความเขิน เสียงหงุงหงิงพึมพำเบาๆ “...ที่ยอมให้เพราะวันนี้ชั้นหนาวต่างหาก...”
ซีวอนมองใบหน้าใสที่แดงเรื่อพร้อมกับคำพูดแก้ตัวแสนจะน่ารักนั่นแล้วก็แทบอยากจะคว้าตัวคนข้างๆ มากอดให้สมใจ หากทำได้เพียงแค่บีบมือเรียวนั่นให้แน่นเข้าไปอีก
...ใกล้แล้วใช่มั้ย ใกล้หัวใจพี่เข้าไปทุกทีแล้ว ใช่รึเปล่า???!...
ซีวอนรู้สึกคล้ายกับว่าโลกสว่างขึ้น ลมที่พัดผ่านก็เหมือนว่าจะไม่หนาวเย็นเท่าที่ควร
“ซีวอน...” คนที่เงียบไปเอ่ยเรียกขึ้นเบาๆ
“หือม์...” ซีวอนขานรับ
“เราจะยังจะไปโรงเรียนพร้อมกันแล้วก็กลับพร้อมกันแบบนี้ทุกๆ วันใช่มั้ย”
“อืม...” ซีวอนตอบพร้อมกับแกว่งมือที่จับกันไปมาเหมือนครั้งสมัยเป็นเด็ก
“เราจะยังคุยโทรศัพท์กัน แล้วก็กินข้าวเย็นด้วยกันใช่มั้ย??” มือเรียวพลิกมืออีกฝ่ายขึ้นมาดูแก้เขิน
“อืม...ครับ”
“ถ้าอย่างงั้น...” ฮันกยองกระตุกมืออีกฝ่ายให้หยุดเดิน “เราก็ไม่จำเป็นต้องเป็นอะไรกันเลยก็ได้”
ซีวอนเลิกคิ้วสูง หันมามองอย่างงงๆ...หมายความว่ายังไงนะพี่ฮันกยอง!!...
“ก็...เท่าที่เป็นตอนนี้ก็ดีอยู่แล้ว แค่ให้มันเป็นแบบนี้ทุกๆ วัน เราก็ไม่จำเป็นต้องเป็นอะไรกันเลยไม่ใช่เหรอ??!”
ฮันกยองมองคนเป็นน้องนัยน์ตาใสซื่อ
“ถ้าชั้นจะบอกว่ารักนายก็คงได้ เพราะทุกๆ ครั้งที่อยู่ด้วยกัน ชั้นก็มีความสุข เพียงแค่...ชั้นไม่รู้ว่ามันคือความรักแบบไหน...เท่านั้นเอง”
“พี่...” ซีวอนบีบมือนิ่มแรงๆ ก่อนจะอดใจไม่ไหวคว้าตัวคนตรงหน้าเข้ามากอดแน่น
“อื้อ...” ฮันกยองส่งเสียงประท้วงพร้อมกับผลักออก “ชั้นบอกทุกอย่างไปแล้ว ตอนนี้...ชั้นขอแค่อย่างเดียว...”
คนฟังหันมามองด้วยความตั้งใจ ฮันกยองนิ่งไปคล้ายจะรวบรวมความกล้าก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างเขินๆ
“อย่าทำเหมือนชั้นเป็นผู้หญิงอีก มันทุเรศตัวเอง!!”
ซีวอนหัวเราะก๊ากกับคำพูดของพี่ชาย หากก็ยอมพยักหน้ารับเมื่อเห็นแววตาที่แทบจะถลึงใส่
“อ้อ...รวมไปถึงการกอดแบบเมื่อกี้ด้วยนะ ชั้นไม่ชอบให้ใครกอด!!”
ฮันกยองบอกเสียงเข้ม ซีวอนที่กำลังยิ้มกว้างทำหน้าจ๋อยลง ริมฝีปากปางยื่นเชิดอีกครั้ง ฮันกยองโคลงศีรษะไปมา
...เอาอีกแล้ว พอถูกขัดใจทีไร กลางร่างเป็นตุ๊ดทุกที เชวซีวอนเอ๊ย!!..
“ไม่เอา...ผมจะกอด...ผมจะกอด!!!” ถ้าเป็นเด็ก น้ำเสียงแบบนี้คงมาพร้อมกับการกระทืบเท้าอย่างเอาแต่ใจ แต่ซีวอนทำได้แค่จับมือคนเป็นพี่เขย่าก็เท่านั้น
“ไม่!!” ฮันกยองยืนยันเสียงหนักแน่น ซีวอนจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้าพองลมที่แก้มแล้วทำปากยื่น พร้อมกับพึมพำ “กอดนิดกอดหน่อยก็ไม่ได้ เฮอะ!!!”
“แค่ชั้นแตะนายนิดหน่อยนายยังว่าเสียเปรียบเลย ถ้าทำแบบนั้นชั้นก็เสียเปรียบกว่านายอีก”
“ไม่เกี่ยว...” นัยน์ตาสีเข้มค้อนขวับ
ฮันกยองแทบจะกุมศีรษะ...มันสลับเจนเดอร์กันรึเปล่าวะ ต้องเป็นเขาไม่ใช่เหรอที่ทำท่าแบบนี้ หรือว่าจริงๆ แล้วซีวอนมันเป็นเคะ บนโลกนี้ยังมีเคะถึกๆ แบบนี้ด้วยเหรอ?!!!...
“พี่ใจร้าย พี่หวงตัว พี่ไม่มีน้ำใจ...” ซีวอนยังคงบ่นพึมพำสลับกับทำเสียงขึ้นจมูก เดี๋ยวก็ฮึ!! เดี๋ยวก็เฮอะ!! จนฮันกยองอยากจะต่อยมันแรงๆ ซักที ถ้าไม่ติดว่ามือยังจับกันแน่นอยู่...ไม่ใช่ว่าไม่อยากปล่อยนะ ก็แค่กลัวปล่อยไปแล้วมันจะหนาว ไม่ใช่เพราะรู้สึกดีกับการจับมือกับไอ้คนตัวโตขี้ใจน้อยหรอกนะ ฮึ่ย!!!
“พี่...” อยู่ดีๆ คนที่ทำท่างอนตุ๊บป่องก็เอานิ้วมาสะกิดจึ้กๆ “ตกลงจะไม่ให้กอดจริงๆ ใช่ป่ะ??”
“เออดิวะ!!” ฮันกยองบอกเสียงห้วน
“จริงๆ นะ...” ซีวอนถามย้ำ นัยน์ตาสีจัดเป็นประกายเจ้าเล่ห์
“เออ!!”
มือเรียวปล่อยมือของอีกฝ่ายออกก่อนจะเปลี่ยนมาจับที่ใบหน้าขาวแทน
“งั้นจูบ...”
ยังไม่ทันที่คำพูดของซีวอนจะเข้าไปถึงสมองส่วนที่ใช้ประมวลผลของฮันกยอง ริมฝีปากอุ่นๆ ก็ประกบลงมาที่ริมฝีปากนิ่มของอีกฝ่ายทันที ฮันกยองเบิกตากว้างทำท่าจะผลักคนเป็นน้องออก หากเรี่ยวแรงที่เคยมีก็กลับหายไปจนหมด
ซีวอนค่อยๆ และเล็มริมฝีปากสีสดช้าๆ เบาบางนุ่มนวล ก่อนจะค่อยๆ ใช้เรียวลิ้นแตะเบาๆ เป็นเชิงหยอกล้อ
“อื้ม...” ฮันกยองเผลอครางออกมา
ซีวอนจับท้ายทอยของอีกฝ่ายให้เงยขึ้นรับสัมผัสได้เต็มที่ จูบที่อ่อนโยน ทะนุถนอม ทำเอาต่างคนต่างลืมเวลา ไม่รู้ว่าสัมผัสกันและกันไปนานเท่าไหร่ หากรู้ตัวอีกทีตอนที่ฮันกยองหอบหายใจเหมือนกำลังจะขาดใจตาย
ใบหน้าขาวก้มหนีรีมฝีปากที่ทำท่าจะวกมาอีกครั้ง มือเรียวที่จับแขนอีกฝ่ายไว้เกาะแน่นกลัวจะทรงตัวไม่อยู่ ทั้งๆ ที่อากาศแสนจะหนาว หากใบหน้าของฮันกยองกลับแดงก่ำ
มือใหญ่ของซีวอนไล้ปาดเหงื่อเม็ดเล็กที่ไหลย้อยออกมาจากหน้าผากอย่างนุ่มนวล ฮันกยองยื่นนิ่งพูดอะไรไม่ออก ประสาทสัมผัสเหมือนจะไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น รู้แค่ว่าจูบครั้งนี้มันหวาน...หวานเหลือเกิน!!!
“ต่อไปนี้นายจะกอดเท่าไหร่ก็กอดไปเถอะ...” ฮันกยองบอกเสียงสั่น “ทำแบบนี้ชั้นจะขาดใจตาย...”
ซีวอนทำท่าคิดหนักก่อนจะบอกยิ้มๆ “ผมไม่อยากกอดแล้วล่ะ...”
ฮันกยองขมวดคิ้ว ก่อนจะแทบจะแทรกแผ่นดินหนีกับประโยคต่อมาของอีกฝ่าย
.
.
.
“ริมฝีปากพี่มันหวานกว่าเยอะ!!!”
TBC*
---------------------------------------------------------------------------------------------------
555555555555555555555555555555555555555555
Talk: โฮกกกกกก!!!!!!!! กว่าจะเข็นพาร์ทนี้ออกมาได้ มันช่างลำบากยากเย็น ใช้เวลาในการนั่งจ้องหน้าจอคอมเปล่าๆ สองวัน = = กว่าจะเขียนได้ก็เมื่อเช้า ทำไมมันตันอย่างงี้ -*- ตอนนี้ยาวกว่าตอนที่แล้ว คิเฮแบบจุใจ 555 กว่าจะเขียนเสร็จแทบกระอัก... ขอบคุนทุกคนที่มาอ่านมาเม้นนะค้า....^^
เอิ๊ต*

อ่านไปยิ้มไป เป็นไงล่ะ ทงเฮเอ๊ย เจอเข้าไปตรง ๆ
แบบนั้น ช๊อคหรือชอบล่ะนั้นแล้วที่สัญญาไว้กับบอม
ก็ทำตามด้วยน้า มิฉะนั้นจะเสียค่าปรับที่ผิดสัญญา
จะให้บอมคิดให้หนัก ๆ อ่ะ 555 ส่วนคู่นี่ฮันวอน
เอ๊ะ...รึต้องเป็นวอนฮันล่ะ ที่เป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว
นะใช่นะฮัน ไม่ให้กอด แต่ต้องเสียมากกว่ากอดเนี่ย
ถูกใจวอนนะน่ะ (ถูกใจคนอ่านอีกต่างหาก 555)
แล้วจะมาติดตามใหม่นะคร้าบ พาร์ทหน้าจะหวานอีก
ไหมเนี่ย แต่พาร์ทเนี่ย น่ารักโคดดดดดดดดดดดดด
ปล. รูปประกอบได้ใจมากเลย เคะถึก ๆ ของฮัน
ทำตัวงอนปากยื่นแบบเนี่ย มันน่าให้ฮันกระโดดงับเน้
#1 By pu (58.137.129.220) on 2008-02-04 16:43