[Fic] FTF Part 3 [SiHan] Re-write
posted on 22 Apr 2009 15:42 by ii-sh-sweetkitkat in Feel-The-Fate|
Title : Feel the fate 3 Paring : Siwon-x-Hangeng Auther : ii-z-sh/earthii ----------------------------------------------------------------------------------------------------------- แก้วใบใสบรรจุนมสีขาวขุ่นถูกเลื่อนส่งให้คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามของโต๊ะอาหารอย่างเบามือ ซีวอนแอบลอบผ่อนลมหายใจออกทางริมฝีปาก สายตามองผ่านความมืดเห็นมือเรียวเพียงแค่แตะแก้วนมไว้นิ่งๆ เท่านั้น ร่างสูงขยับตัวเล็กน้อยก่อนเอ่ยทำลายความเงียบ "นอนไม่หลับเหรอ??!" คนฟังเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยเบาๆ "ตื่นมาเข้าห้องน้ำ...ไม่เห็น...เลยออกมาตาม..." ประโยคที่ตอบฟังดูซื่อๆ แต่คนฟังถึงกับต้องกดบริเวณหน้าอกระงับหัวใจที่เต้นโครมครามผิดจังหวะ ...เอาแล้ว...ถูกความใสซื่อเล่นงานอีกแล้วชเวซีวอนเอ๋ย... "อยู่คนเดียวไม่ได้รึไง??!" แกล้งเอ่ยเสียงดุๆ กลบเกลื่อนอาการแปลกๆ ...โชคดีที่คนมาใหม่ไม่ได้เอื้อมมือไปเปิดสวิตช์ไฟ ไม่เช่นนั้นคงได้เห็นสีหน้าประหลาดๆ ของเขาเป็นแน่!!... ฮันกยองกัดริมฝีปากล่างแน่น มือเรียวหมุนแก้วนมในมือเล่นไปมา "เปล่า...ก็แค่..." บอกเท่านั้นแล้วก็ขยักค้างไว้ ทิ้งให้คนตั้งใจฟังหงุดหงิดด้วยอารามอยากรู้ เสียงห้าวกระตุ้นถาม "แค่...แค่อะไร??!" "เปล่า..." คำตอบสั้นๆ ส่งผลให้เกิดความเงียบเข้าครอบคลุมอีกครั้ง ฮันกยองยกแก้วขึ้นแตะริมฝีปาก แต่ไม่ได้ปล่อยให้ของเหลวรินไหลผ่าน เจ้าตัวแลบลิ้นออกมาดุนขอบแก้วเล่น แสดงอาการให้อีกฝ่ายรู้ว่าไม่ต้องการที่จะตอบ บรรยากาศอึดอัดเริ่มกลับเข้ามาปกคลุมอีกครั้ง ซีวอนนั่งนิ่งหรี่ตามองคนที่ทำท่าทางคล้ายเด็กดื้อโดยไม่พูดอะไร กระทั่งเสียงปิดประตูดังขึ้น... ร่างสูงผุดลุกจากเก้าอี้เดินตรงไปกระชากประตูตู้เย็นเปิดทันที ปฏิกิริยารวดเร็วจนฮันกยองตกใจ วางแก้วในมือลงอย่างแรงจนรู้สึกได้ถึงนมที่กระฉอกออกมา นัยน์ตาใสมองตามพร้อมกระพริบปริบๆ เสียงพูดคุยค่อนข้างดังลอยตามลมเข้ามาใกล้เรื่อยๆ "ไม่ใช่ๆ ชั้นว่าต้องท่านี้ก่อน" "แต่นั่นมันท่าคนอยู่ล่าง..." "ไม่...อ้าว!!" อีทึกที่กำลังจะเถียงกลับอุทานลั่น เมื่อเดินเข้ามาเห็นคนเป็นน้องยืนนิ่งอยู่หน้าประตูตู้เย็นที่ถูกเปิดค้างไว้ "มาทำอะไรน่ะซีวอน??!" ซีวอนยังไม่ทันตอบ ก็ถูกร่างบางที่ตามหลังอีทึกมาแหวเสียงลั่นเสียก่อน "นี่นายกลัวค่าไฟมันแพงไม่พอรึไงฮะ...ชเวซีวอน!!!" ขาเรียวยื่นออกไปถีบประตูตู้เย็นปิด แล้วพาลจะลามไปถึงคนที่ยืนขวางด้วย "เฮ้ย!!" อีทึกที่เอื้อมมือไปกดสวิตช์ไฟทำหน้าประหลาดใจ เสียงอุทานทำให้คนที่ตั้งท่าจะฝึกวิทยายุทธ์หันไปมองที่โต๊ะอาหารพร้อมกับลดเท้าลง นัยน์ตากลมโตเบิกกว้าง "ฮันกยอง!! อยู่ด้วยเหรอเนี่ย?!!" ร่างบางเดินไปลากเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามออกก่อนทรุดตัวลงนั่ง "แปลกที่เหรอฮันกยอง??!" อาการสั่นศีรษะน้อยๆ โดยที่ไม่ปริปากทำให้คนมองเดาเอาว่าคือการปฏิเสธ จึงสรุปเอาเองก่อนจะถามต่อ "ซีวอนมันแกล้งอะไรรึเปล่า?" คนถูกถามยิ้มแห้งๆ นัยน์ตาใสมองซื่อๆ ก่อนจะยื่นแก้วนมส่งให้ พร้อมเชิญชวนสำเนียงหนุงหนิง "กินนมมั้ย??!" แขนเรียวที่ตั้งรองรับใบหน้าสวยลื่นลงจนคางแทบกระแทกโต๊ะ อีทึกถึงกับหลุดหัวเราะพรืดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ "สงสัยภาษาเกาหลีไม่ค่อยแข็งแรง" ร่างสูงที่ยืนนิ่งคันปากยิกๆ อยากจะบอกนักว่าไม่ใช่ภาษาเกาหลีไม่แข็งแรงหรอก แต่เป็นวิธีหลีกเลี่ยงการตอบคำถามที่เนียนที่สุดต่างหาก!! "แล้วนี่พี่สองคนออกมาทำอะไรกันดึกๆ ดื่นๆ ?" พยายามเปลี่ยนเรื่องก่อนจะวกเข้าตัวเอง "อ๋อ...ชั้นกับอีทึกซ้อมเต้นกัน แล้วเถียงกันนิดหน่อย ไอ้ยองอุนมันรำคาญเลยไล่ออกมานี่แหละ" "ไอ้หมีบ้า...ไม่รู้จะนอนอะไรนักหนา!!" พูดแล้วก็ชักจะอารมณ์ขุ่น อีทึกยืนกอดอกใช้สะโพกพิงขอบโต๊ะไว้หมิ่นๆ สายตาก็ค้อนมองเพดานประหลับประเหลือก ริมฝีปากบางขมุบขมิบไปเรื่อย ฮีชอลยกยิ้มมุมปาก หรี่ตามองอย่างรู้ทัน "ชั้นว่ามันไม่ได้รำคาญหรอก แต่มันหงุดหงิดเพราะอดๆ อยากๆ มากกว่า" ประโยคกำกวมทำเอาคนฟังร้อนตัว "อดๆ อยากๆ อะไร??!" "นายลากชั้นไปนอนด้วยทำไมล่ะ?" "ก็ไอ้หมีมันรุนแรง เฮ้ย...ไม่ใช่!!!" พูดไปแล้วก็เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอ "อย่าคิดว่ากำแพงมันหนาขนาดนั้นสิปาร์คจองซู นายจะ 'อู้ว' นายจะ 'อ้า' อะไรชั้นก็ได้ยินหมดนั่นแหละ!!" คำพูดโจ่งแจ้งทำเอาใบหน้าสวยร้อนผ่าว "อะแฮ่ม!!" ซีวอนกระแอมขึ้นมาให้รู้ว่าไม่ได้มีแค่สองชีวิตที่คุยกันอยู่ในห้องนี้ มือใหญ่ยกขึ้นเสยผมแรงๆ ก่อนจะเดินตรงไปคว้ามือคนที่ถือแก้วนมอ้าปากค้างอยู่มาจับไว้หลวมๆ "พี่สองคนคุยเรื่องเต้นให้จบละกัน ผมขอตัวไปนอนก่อน..." ว่าจบแล้วก็ลากมือนิ่มเดินลิ่วเข้าห้องไป "เฮ้!!" ร่างบางส่งเสียงเรียก "แล้วทำไมต้องลากฮันกยองไปด้วยล่ะ??!" เ สียงปิดประตูดังปังตอบคำถามทั้งหมดได้ดีที่สุด นัยน์ตาสวยหันมองเพื่อนอย่างขอความเห็น ก่อนจะยักไหล่น้อยๆ อีทึกกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ "คืนนี้ชั้นย้ายไปนอนห้องนายนะฮีชอล เผื่อจะได้ยินอะไรดีๆ บ้าง..."
แสงแดดอุ่นๆ ที่เพิ่งทาบทาขอบฟ้าลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาแตะแต้มร่างที่หลับตาพริ้มอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาอย่างหยอกล้อ เป็นการปลุกให้เริ่มเช้าวันใหม่อย่างอ่อนโยน ฮันกยองพลิกตัวไปมาก่อนลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิบนเตียง มือเรียวยกขึ้นปิดปากที่หาวหวอดๆ แล้วเลยขึ้นไปเกาศีรษะ ริมฝีปากสีอ่อนยู่นิดหนึ่งเมื่อสัมผัสโดนผ้าพันศีรษะ พยายามจะแกะออกด้วยความขัดใจ หากเมื่อทะเลาะกับผ้าพันแผลแล้ว ไม่สามารถทำอะไรได้จึงเปลี่ยนมาขยี้ตาไล่ความง่วงงุนแทน ร่างสูงในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวที่เดินออกจากห้องน้ำมาเห็นภาพน่ารักพอดี ถึงกับใจเต้นตึกตัก นัยน์ตาคมทำเป็นมองสำรวจตัวเองหน้าโต๊ะกระจก ทั้งที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว "ซีวอน..." ฮันกยองส่งเสียงเรียกเบาๆ หากคนถูกเรียกถึงกับสะดุ้งโหยง ใบหน้าอ่อนใสเผยรอยยิ้มแหยๆ เมื่อเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย ราวกับจะเรียกสติกลับคืนมาได้ ซีวอนขบกรามแน่น แอบสบถตัวเองในใจด้วยความโมโห...เผลออีกจนได้สิน่า!!!... เสียงห้าวถามกลับด้วยระดับเสียงไม่ต่างกัน "มีอะไร??!" ฮันกยองมองผมยุ่งๆ ที่มีหยดน้ำเกาะพราวสลับกับแขนที่ถูกเข้าเฝือกไว้หนึ่งข้างของคนตรงหน้า แล้วเอ่ยอย่างกล้าๆ กลัวๆ "เช็ด...เช็ดผมให้มั้ย???!" ซีวอนแทบจะเขกกระโหลกตัวเองแรงๆ ซักที เพราะตอนนี้ราวกับถูกเหวี่ยงอยู่กลางพายุที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด สมองไม่อาจประมวลผลออกมาเป็นความหมายได้เลย...รู้สึกตัวอีกทีก็มานั่งขัดสมาธิบนพื้นข้างเตียงเรียบร้อยแล้ว ผ้าขนหนูผืนเล็กที่ซับลงมาบนศีรษะ แม้ว่าจะเป็นผืนเดียวกับที่เคยใช้ทุกวัน หากวันนี้ความรู้สึกทีได้รับกลับแตกต่าง น้ำหนักมือที่กดอย่างอ่อนโยนให้สัมผัสที่ลึกซึ้งเกินจะบรรยาย ซีวอนหลับตาพริ้มรู้สึกราวกับล่องลอยอยู่ภายในฟองอากาศที่เบาสบาย ไอละมุนรอบข้างแตะแต้มผะแผ่วอย่างทะนุถนอม "เมื่อคืนไม่ได้นอนเหรอ??!" น้ำเสียงหงุงหงิงปลุกร่างสูงให้ตื่นจากภวังค์ คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยอย่างขัดใจ ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ เป็นเชิงปฏิเสธ "แต่ขอบตานายมันฟ้องนะ..." ซีวอนถอนหายใจเฮือกใหญ่... "รู้อยู่แล้ว จะถามอีกท่ำไม??!" "นอนไม่หลับเหรอ...เป็นอะไร???!" ฟังแล้วซีวอนแทบจะกัดลิ้นตัวเองตาย ไม่น่าเชื่อว่าแค่ข้ามคืนจะเปลี่ยนคนความจำเสื่อมให้กลายเป็นเจ้าหนูจำไมไปได้ "เปล่า...ไม่ได้เป็นอะไร" ...จะให้บอกยังไงกันเล่าว่าเครียด...ชเวซีวอนกำลังเครียดเพราะสับสน... ...ไม่ใช่สับสนธรรมดาด้วยนะ แต่เป็น 'สับสนทางเพศ!!!!' แล้วตัวการก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นั่งไม่ทุกข์ไม่ร้อนอยู่ข้างหลังนี่แหละ... ...พยายามข่มตานอนมาทั้งคืนก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย ทั้งกลิ่นหอมๆ ทั้งมือนิ่มๆ มันมารบกวนจิตใจจนแม้แต่จะเอนตัวลงบนที่นอนยังทำได้ยากลำบาก... ...สงสัยเขาต้องไปปรึกษาใครซักคน...คนที่เข้าใจในตัวเขา... ...บางที...อาจจะเป็นจิตแพทย์ก็ได้!!!!!...
"คยูฮยอนอา...นายว่าอันนี้กับอันนี้อันไหนมันน่ารักกว่ากัน..." เสียงน่ารักๆ ดังมาจากคนที่นอนหนุนตักอุ่นๆ ของใครบางคนอยู่ มือเล็กถือตุ๊กตากระต่ายสีชมพูข้างหนึ่ง อีกข้างเป็นสีเขียวอ่อนๆ นัยน์ตาใสเหลือบมองเจ้าของตักอย่างขอความเห็น คยูฮยอนยิ้มน้อยๆ "ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนถือ..." ซองมินทำแก้มป่องอย่างขัดใจ "แล้วอันไหนมันน่ารักกว่ากันล่ะ??!" "ก็ฮยองเป็นคนถือ...มันก็ทั้งสองอันนั่นแหละ..." ริมฝีปากแดงเรื่อของคนที่นอนเค้เก้ยื่นเชิด ร่างเล็กกลิ้งลงจากตักลงไปบนพื้น บ่นพึมพำ "ไม่ได้ช่วยเลยนะคยู เป็นน้องที่แย่จัง!!" รอยยิ้มมีเสน่ห์ของคนที่บังเอิญหูดีหุบลงทันควัน เสียงห้าวแทบตวาด "ผมก็ไม่ได้อยากเป็นน้องของพี่ซะหน่อย!!!!" ร่างสูงลุกพรวดขึ้นกระแทกส้นเท้าเข้าห้องไป ทิ้งให้คนมองตามเกาศีรษะด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโมโห "ไอ้คยูบ้า!!" ซองมินก้มลงมองตุ๊กตาในมือ "เลยไม่รู้เลยว่าตัวไหนน่ารักกว่ากัน!!!!!!!"
อีทึกเหลือบมองภาพตรงหน้าแล้วก็ได้แต่หัวเราะหึหึ ...คนบ้าที่ไหนก็ต้องดูออกว่าคยูฮยอนน่ะรักซองมินมากแค่ไหน ใครๆ ต่างก็รู้ทั้งนั้น แค่มองสายตาอ่อนโยนนั่นแค่ปราดเดียวก็รู้แล้ว มีแค่คนเดียวเท่านั้นที่ไม่รู้...คนเดียวในโลกเลย...ตัวซองมินเองนั่นแหละ!!... "เฮ้อ...ซองมินนี่เด็กจริงๆ น้า...ว่ามั้ยยองอุน?" เสียงใสถามคนที่เดินเข้ามารินน้ำในครัวอย่างขอความเห็น หากปฎิกิริยาที่ได้รับกลับเป็นอาการค้อนขวับแทน "พี่ไม่ต้องมาพูดกับผม!!" ...อ้าว...มีดุอีกแน่ะ!!... ร่างหนาเดินไปลากเก้าอี้ลงนั่งอย่างแรง ทำท่างอนเหมือนเด็กๆ อีทึกแทนที่จะสงสารกลับรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาเฉยๆ ขาเรียวก้าวยาวๆ ไปหยุดข้างหลังเก้าอี้ ก่อนจะยกมือขึ้นตบป้าบเข้าที่ศีรษะอีกฝ่ายอย่างแรง "อย่ามาทำเป็นงอนเลยไอ้หมีควาย!!!" คังอินกัดฟันแน่น "สมควรงอนมั้ยล่ะ!!" "ไม่เว้ย!!! เมื่อวานชั้นไม่สบายนี่หว่า!!" "ไม่สบายแต่ซ้อมเต้นได้น่ะเหรอ...ห๊า!!!" เสียงตะโกนลั่นของทั้งสองฝ่ายได้ยินไปถึงไหนๆ สมาชิกในบ้านมองสบตากันอย่างรู้ดี พากันแยกย้ายเข้าห้องของตัวเองไป เสียงปิดประตูดังขึ้นแทบจะพร้อมๆ กัน อีทึกที่อารมณ์ฉุนเฉียวถีบเก้าอี้ตัวที่คนชวนทะเลาะนั่งอยู่อย่างแรง ก่อนจะตะโกนกรอกหู "เออๆ เดี๋ยวคืนนี้ชดใช้ให้สามรอบรวดเว้ย!!!" คังอินกระแทกแก้วน้ำลงกับโต๊ะก่อนหันไปตอบด้วยเสียงที่ดังไม่แพ้กัน "เออ...คืนคำพี่ตายแน่!!!!!!!!!!"
“เฮ้อ....!!” ซองมินกลิ้งไปมาบนพื้นสามตลบก่อนจะถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่สิบ ร่างเล็กพลิกตัวคว่ำหน้าเอาคางเกยมือที่ประสานวางบนพื้น มองตุ๊กตากระต่ายสองสีที่วางคู่กันอย่างคิดไม่ตก หนักใจจนไม่มีแม้แต่เวลาจะสนใจเสียงโหวกเหวกโวยวายที่ดังลั่นบ้าน ...อะไรก็ไม่สำคัญเท่าตุ๊กตากระต่ายทั้งนั้นแหละในโลกนี้... ...อ้อ!! ยกเว้นฟักทองนะ ฟักทองน่ะคือเพื่อนที่ดีที่สุดของซองมินเลย!!... ...อ่า...รวมเจ้าน้องเล็กงี่เง่า โจคยูฮยอนด้วยก็ได้... ...ก็เวลาคยูฮยอนโกรธทีไร...ซองมินก็ไม่มีเพื่อนเล่นทุกทีน่ะสิ เฮ้อ!!... ศีรษะเล็กสะบัดไปมาไล่ความคิดฟุ้งซ่านในหัวออก หันกลับมาสนใจตุ๊กตาตัวน้อยแทน “ตัวไหนดีน้า...ตัวนี้? หรือว่าตัวนี้ดี??!” นิ้วเล็กๆ จิ้มขนปุยๆ สลับกันไปมา เสียงฝีเท้าสม่ำเสมอที่ดังมา ทำให้ซองมินเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย ก่อนจะโพล่งถามขึ้น "ซีวอน...จะไปไหนน่ะ???!" เสียงใสๆ เอ่ยเรียกทำให้คนที่กำลังก้าวเท้าฉับๆ ชะงักฝีเท้าลง ซองมินก้มลงมองตุ๊กตาในมืออย่างชั่งใจ ก่อนจะวิ่งปรู๊ดไปหาคนที่น่าจะพึ่งพาได้ นัยน์ตากลมโตเงยขึ้นมองด้วยความหวัง ไม่ต้องเอ่ยปากพูดให้เสียเวลา มองเพียงแค่ปราดเดียว ร่างสูงก็คว้าหมับเข้าที่ตัวสีเขียวทันที "ขอบใจนะซีวอน..." ซองมินยิ่มร่า คว้าตุ๊กตาในมืออีกฝ่ายกลับคืนมา "นายนี่เก่งกว่าคยูฮยอนเยอะเลย!!!" ซีวอนยิ้มบางๆ ...ก็เลือกยากที่ไหนกันเล่า...ดูก็รู้ว่าซองมินจะเอาตุ๊กตาตัวที่เลือกไปให้ใคร แล้วสีเขียวนั่นน่ะ มันสีโปรดของคยูฮยอนไม่ใช่หรือไง??!... "แล้วแขนข้างนี้เป็นไงบ้างเนี่ย??!" ซองมินหันมาถามด้วยความห่วงใย มือเล็กลูบที่เฝือกแผ่วเบา ซีวอนก้มลงมองนิ่งๆ "ก็อย่างที่เห็นแหละ เกะกะ เทอะทะ..." เสียงกระแทกประตูที่ดังลั่นอย่างประชดประชันลอยลมมาทำเอาร่างสูงนึกขำเล็กน้อย มือเรียวยกขึ้นลูบหัวคนที่ตัวเล็กกว่า "เดี๋ยวชั้นออกไปข้างนอกแป๊บนึงนะ...” “อ้อ!! ฝากบอกคยูฮยอนด้วยว่ายังไงของๆ เค้า ยังไงก็ต้องเป็นของเค้าอยู่ดี ชั้นไม่แย่งหรอก!!" พูดจบก็ขยิบตา ก่อนเดินออกไป ทิ้งให้คนตัวเล็กอ้าปากค้างเหรอหรา ...ของอะไร??! แย่งอะไร??!... ...หรือว่า... ...คยูฮยอนกลัวซีวอนมาแย่งตุ๊กตาตัวนี้???!... ..เฮ้อ...คยูฮยอนนี่ขี้งกจังเลย!!!...
TBC* |